ฝุ่นพิษภาคเหนือยังวิกฤต! อ.แม่สาย-ลี้ เกินมาตรฐานแดงต่อเนื่อง 15 วัน แม่ฮ่องสอนพบจุดความร้อนเกือบ 200 จุด
ฝุ่น PM2.5 เหนือวิกฤต แม่สาย-ลี้ แดงยาว 15 วัน แม่ฮ่องสอนจุดความร้อนเกือบ 200 จุด

ฝุ่นพิษภาคเหนือยังวิกฤตต่อเนื่อง อำเภอแม่สายและลี้เกินมาตรฐานสีแดงยาว 15 วัน

สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือยังคงอยู่ในระดับน่าเป็นห่วงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และแม่ฮ่องสอน ซึ่งสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) ได้ออกประกาศฉบับที่ 13 ระบุถึงค่าฝุ่นที่สูงเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่

ค่าฝุ่น PM2.5 สูงเกินระดับสีแดงในหลายพื้นที่

จากการตรวจวัดเมื่อเวลา 07.00 น. ของวันที่ 8 เมษายน 2569 พบค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ในช่วง 63.4 ถึง 171.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) ถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) โดยพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูงสุด 11 อันดับ ได้แก่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. ตำบลเวียงใต้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีค่าฝุ่น PM2.5 สูงถึง 171.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  2. ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ มีค่าฝุ่น 157.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  3. ตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีค่าฝุ่น 113.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  4. ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ มีค่าฝุ่น 112.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  5. ตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีค่าฝุ่น 108.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  6. ตำบลลี้ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน มีค่าฝุ่น 105.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  7. ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มีค่าฝุ่น 95.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  8. ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน มีค่าฝุ่น 94.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  9. ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีค่าฝุ่น 91.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  10. ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย มีค่าฝุ่น 86.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
  11. ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มีค่าฝุ่น 76.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

อำเภอแม่สายและลี้เกินมาตรฐานสีแดงติดต่อกัน 15 วัน

ที่น่ากังวลเป็นพิเศษคือพื้นที่ ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และ ตำบลลี้ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ซึ่งมีค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานในระดับสีแดง ติดต่อกันมาเป็นเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคมจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่อื่นๆ ที่เกินมาตรฐานสีแดงติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ และตำบลเวียงใต้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เกินมาตรฐานสีแดงติดต่อกัน 13 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม
  • ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน และตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เกินมาตรฐานสีแดงติดต่อกัน 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม
  • ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เกินมาตรฐานสีแดงติดต่อกัน 11 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม
  • ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ และตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เกินมาตรฐานสีแดงติดต่อกัน 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม
  • ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เกินมาตรฐานสีแดงติดต่อกัน 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน

แม่ฮ่องสอนพบจุดความร้อนเกือบ 200 จุด ส่งผลให้ทัศนวิสัยลดต่ำ

สถานการณ์ไฟป่าในจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังคงรุนแรง โดยศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าฯ รายงานจุดความร้อนจากดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS เมื่อเวลา 02.33 น. พบจุดความร้อนสูงถึง 196 จุด สะท้อนให้เห็นถึงการลักลอบเผาป่าที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีคำสั่งห้ามเผาอย่างเข้มงวดก็ตาม

ในช่วงค่ำของวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา พบการลักลอบเผาป่าในพื้นที่ตำบลปางหมู บริเวณแนวเทือกเขาใกล้หมู่บ้านศูนย์ส่งเสริมสุขภาพตำบลปางหมู บ้านกุงไม้สัก และพื้นที่บ้านแม่สะกึด ตำบลผาบ่อง ส่งผลให้เกิดเปลวไฟลุกลามเป็นแนวยาวบนเทือกเขา เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานต้องระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เริ่มมีอาการเหนื่อยล้าหลังปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าต่อเนื่องเกือบ 2 เดือน

สถานีอุตุนิยมวิทยาแม่ฮ่องสอนรายงานว่า ทัศนวิสัยในการมองเห็นในตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเมื่อเช้าวันที่ 8 เมษายน วัดได้เพียง 2 กิโลเมตร แสดงให้เห็นว่ายังมีหมอกควันไฟป่าหนาแน่น โดยในแต่ละวัน ทัศนวิสัยช่วงเช้าจะอยู่ที่ 1-2 กิโลเมตร ช่วงบ่าย 3-4 กิโลเมตร และช่วงหัวค่ำจะลดต่ำลงอีกเนื่องจากการเผาป่าที่เพิ่มขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นพิษจะคลี่คลายได้ก็ต่อเมื่อมีฝนตกลงมาดับไฟป่า หรือเชื้อเพลิงในป่าถูกเผาทำลายจนหมดสิ้นแล้วเท่านั้น