กทม.เผชิญวิกฤตฝุ่น PM 2.5 พุ่งเกินมาตรฐานทุกพื้นที่ เริ่มกระทบสุขภาพประชาชน
กรุงเทพมหานครกำลังเผชิญกับสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ที่พุ่งสูงเกินค่ามาตรฐานในทุกพื้นที่ ส่งผลให้คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างน่าวิตก ตามรายงานล่าสุดจากศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร
รายงานค่าฝุ่น PM 2.5 ล่าสุดในกรุงเทพมหานคร
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 น. ค่าเฉลี่ยของฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพมหานครอยู่ที่ 48.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ที่ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรอย่างชัดเจน สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงระดับมลพิษทางอากาศที่เพิ่มสูงขึ้นและอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาว
พื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 สูงสุด 12 อันดับในกรุงเทพมหานคร ได้แก่:
- เขตคลองสามวา: 61.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตประเวศ: 58.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตบางรัก: 57.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตหนองจอก: 56.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตลาดกระบัง: 56.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตปทุมวัน: 55.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตมีนบุรี: 55.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตสายไหม: 54.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตบางคอแหลม: 54.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตหลักสี่: 53.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตบางนา: 52.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตบางพลัด: 52.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
นอกจากนี้ การวิเคราะห์ภาพรวมตามภูมิภาคในกรุงเทพมหานครยังแสดงให้เห็นว่า ทุกพื้นที่อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยมีค่าฝุ่น PM 2.5 อยู่ในช่วงต่อไปนี้:
- กรุงเทพเหนือ: 46.2 - 54.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- กรุงเทพตะวันออก: 42.1 - 61.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- กรุงเทพกลาง: 40.9 - 52.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- กรุงเทพใต้: 40.9 - 57.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- กรุงธนเหนือ: 44.6 - 52.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- กรุงธนใต้: 40.5 - 51.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
แนวโน้มฝุ่นละอองและคำแนะนำสุขภาพสำหรับประชาชน
ฝุ่นละออง PM 2.5 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับสีส้ม ซึ่งหมายถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครได้ออกคำแนะนำสุขภาพเพื่อช่วยลดความเสี่ยงดังนี้:
สำหรับประชาชนทั่วไป: ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM 2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร จำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก และสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา
สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง: เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก สตรีมีครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด เลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างใกล้ชิด และหากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ทันที
สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในครั้งนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังคุณภาพอากาศและมาตรการป้องกันสุขภาพ โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ที่มักเผชิญกับปัญหามลพิษทางอากาศอย่างต่อเนื่อง