แผ่นดินไหวฟิลิปปินส์ 7.8 แมกนิจูด ดันพื้นทะเลสูง 2 เมตร ปะการังโผล่พ้นน้ำ
ทางการฟิลิปปินส์ยืนยันว่าเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 7.8 แมกนิจูดที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อนส่งผลให้พื้นทะเลหนุนตัวสูงขึ้นถึง 2 เมตร และดันแนวปะการังบางจุดโผล่พ้นน้ำ สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศทางทะเลอย่างหนัก
การยกตัวของพื้นที่ชายฝั่ง
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569 กระทรวงสิ่งแวดล้อมฟิลิปปินส์แถลงว่าเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 61 ศพ และยังทำให้เกิดปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่เรียกว่า การยกตัวของพื้นที่ชายฝั่ง (coastal uplift) ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่รายงานเป็นครั้งแรกในช่วง 2 วันหลังเกิดแผ่นดินไหว ปรากฏการณ์นี้ส่งผลให้แนวชายฝั่งบางจุดของฟิลิปปินส์ขยายออกไปไกลถึง 200 เมตร
ร่องลึกก้นสมุทรโคตาบาโต
สถาบันภูเขาไฟวิทยาและวิทยาแผ่นดินไหวแห่งฟิลิปปินส์ระบุในแถลงการณ์ว่า การขยับตัวของร่องลึกก้นสมุทรโคตาบาโต (Cotabato Trench) ได้ดันแนวชายฝั่งบางส่วนของจังหวัดซารังกานีและจังหวัดดาเวาออกซิเดนทัลให้สูงขึ้น ส่งผลให้พื้นทะเลที่เคยจมอยู่ใต้น้ำโผล่พ้นขึ้นมา โดยจากการทำแผนที่พบว่ามีการยกตัวขึ้นมาประมาณ 2 เมตร ร่องลึกก้นสมุทรนี้อยู่ห่างจากชายฝั่งทางตอนใต้ของเกาะมินดาเนาเพียง 50 กิโลเมตร เป็นพื้นที่ที่เกิดกิจกรรมทางธรณีวิทยาบ่อยครั้ง รวมถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวต่อเนื่องซ้ำๆ หลายพันครั้งเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขนาดเล็ก
ผลกระทบต่อระบบนิเวศ
กระทรวงสิ่งแวดล้อมระบุว่าทีมเจ้าหน้าที่ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าแนวชายฝั่ง แนวปะการัง และแหล่งหญ้าทะเลเป็นแนวยาวได้โผล่พ้นน้ำขึ้นมาเนื่องจากปรากฏการณ์นี้ เจ้าหน้าที่รายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพีว่ายังไม่สามารถระบุขนาดของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบที่แน่ชัดได้ เนื่องจากพื้นที่ที่ต้องเข้าไปสำรวจมีขนาดใหญ่มาก
ภาพถ่ายที่เผยแพร่โดยสำนักงานภูมิภาคของกระทรวงสิ่งแวดล้อมเผยให้เห็นแนวปะการังขนาดใหญ่ที่โผล่พ้นน้ำ โดยมีซากปลาและสิ่งมีชีวิตในน้ำอื่นๆ นอนตายอยู่ด้านบน กระทรวงสิ่งแวดล้อมระบุว่า แนวปะการังและแหล่งหญ้าทะเลที่โผล่พ้นน้ำเหล่านี้เริ่มทยอยตาย พร้อมกับสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น เช่น ปลาตามแนวปะการัง ปลาไหล หอยมือเสือ และหอยชนิดต่างๆ



