ชาวบ้านแม่ฮ่องสอนเผชิญวิกฤตจากกลุ่มลักลอบขุดทรายกลางแม่น้ำปาย
ชาวบ้านบ้านสบแพม หมู่ 4 ตำบลทุ่งยาว อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เปิดเผยเหตุการณ์น่าหนักใจเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 โดยระบุว่าในช่วงเวลาตั้งแต่ 03.00 น. ของคืนที่ผ่านมาจนถึงรุ่งเช้า มีกลุ่มบุคคลที่ประกอบอาชีพค้าหินทรายเถื่อนในพื้นที่ นำรถแบคโฮลงไปขุดทรายในแม่น้ำปายอย่างลักลอบ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องมาแล้ว 3-4 วัน โดยมักดำเนินการในเวลากลางคืน และพอรุ่งสางก็จะย้ายรถแบคโฮออกไปจากที่เกิดเหตุทันที
ผลกระทบรุนแรงต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
การลักลอบขุดทรายกลางแม่น้ำปายนี้ ส่งผลให้ลำน้ำในแม่น้ำปายเปลี่ยนสายและกระแสน้ำพุ่งไปกัดเซาะตลิ่งของบ้านสบแพมอย่างรุนแรง มีชาวบ้านได้รับผลกระทบกว่า 10 ราย โดยสายน้ำได้ทำให้ที่ดินพังลงไปกับสายน้ำ และที่ดินบางส่วนต้องสูญหายไปอย่างถาวร ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ ชาวบ้านเล่าด้วยความวิตกว่า ก่อนหน้านี้เคยทำหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ได้รับหนังสือตอบกลับมาให้ชาวบ้านไปร้องต่อศูนย์ดำรงธรรมอำเภอหรือจังหวัดแทน
อย่างไรก็ตาม เมื่อชาวบ้านไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน เรื่องก็เงียบหายไปเหมือนเดิม จนกระทั่งปัจจุบันจึงไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการใด ๆ กับกลุ่มคนดังกล่าว เป็นที่น่าสังเกตว่า กลุ่มลักลอบขุดทรายในแม่น้ำปายดำเนินการมานานแล้ว และมีคนรู้เห็นมากมาย รวมถึงมีการร้องเรียนไปยังส่วนราชการในพื้นที่ แต่กลับไม่ถูกดำเนินการแต่อย่างใด
เครือข่ายการค้าและความล่าช้าในการแก้ไข
ส่วนทรายที่ขุดจากแหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำสาธารณะเหล่านี้ ถูกส่งไปขายให้กับนักธุรกิจในพื้นที่ต่าง ๆ เช่น อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอปางมะผ้า และอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความล่าช้าและความไม่ต่อเนื่องในการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อระบบนิเวศและความเป็นอยู่ของชุมชนในพื้นที่



