รมว.ทส. สั่งเข้มหลังพบ 'คบเพลิง' ลอบวางไฟป่าจอมทอง เร่งตั้งศูนย์ควบคุม 17 จังหวัดเหนือ
รมว.ทส. สั่งเข้มหลังพบ 'คบเพลิง' ลอบวางไฟป่าจอมทอง

รมว.ทส. สั่งด่วนอธิบดีกรมอุทยานฯ ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังสูงสุด หลังพบหลักฐาน 'คบเพลิง' ลอบวางไฟป่าจอมทอง

วันนี้ (2 เมษายน 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ติดตามสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนืออย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการระดมอากาศยานเข้าควบคุมไฟป่าในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อเร่งลดผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ต่อประชาชน รวมถึงกรณีตรวจพบหลักฐานการลอบวางเพลิงในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

รมว.ทส. ได้สั่งการให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังสูงสุด หลังได้รับรายงานพบหลักฐานสำคัญเป็น 'คบเพลิง' ในพื้นที่ป่าบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งชี้ชัดว่าเป็นการกระทำโดยเจตนา ไม่ใช่ปรากฏการณ์ธรรมชาติ

อธิบดีกรมอุทยานฯ เผยรายละเอียดการตรวจพบคบเพลิงและมาตรการเร่งด่วน

นายอรรถพล เจริญพรรษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายสมนึก ท้าวผา ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการและควบคุมไฟป่า สบอ.16 (เชียงใหม่) ว่า เมื่อเวลา 08.30 น. ของวันนี้ ชุดปฏิบัติการไฟป่าจากสถานีควบคุมไฟป่าจอมทอง จำนวน 12 นาย เข้าตรวจสอบจุดความร้อน (Hotspot) จากระบบ VIIRS บริเวณป่าบ้านแปะ หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ในความรับผิดชอบของพื้นที่อนุรักษ์แบบบูรณาการเชิงพื้นที่อุทยานแห่งชาติออบหลวง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ภายหลังเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงในเบื้องต้นได้ และเข้าตรวจสอบพื้นที่โดยรอบเพื่อหาต้นตอของเพลิง เมื่อเวลา 09.23 น. บริเวณพื้นที่รอยต่อระหว่างบ้านห้วยทรายและบ้านแปะ เจ้าหน้าที่ตรวจพบ 'คบเพลิง' ที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง และเพิ่งผ่านการใช้งาน ตกอยู่ในจุดต้นเพลิง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ให้เพิ่มความถี่ในการเดินเท้าลาดตระเวนและหาข่าวเชิงลึกในพื้นที่เสี่ยงและจุดที่เกิดไฟไหม้ซ้ำซาก พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกชุดปฏิบัติการให้ความสำคัญกับหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อส่งต่อให้พนักงานสอบสวนติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด รวมถึงให้เร่งประสานงานร่วมกับฝ่ายปกครองและผู้นำชุมชน เพื่อช่วยสอดส่องและแจ้งเบาะแสบุคคลต้องสงสัยที่เข้าไปในเขตพื้นที่ป่า

สถานการณ์จุดความร้อนลดลงต่อเนื่อง และการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน

สำหรับสถานการณ์ภาพรวมในช่วง 4 วันที่ผ่านมา พบว่าจำนวนจุดความร้อนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 30 มีนาคม พบ 2,493 จุด วันที่ 31 มีนาคม พบ 1,100 จุด วันที่ 1 เมษายน พบ 882 จุด และในวันที่ 2 เมษายน (รอบเช้า) ลดลงเหลือ 514 จุด

ขณะที่ล่าสุด รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงนามคำสั่งจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน (ส่วนหน้า ภาคเหนือ) ในพื้นที่รับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีองค์ประกอบดังนี้:

  • นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้อำนวยการศูนย์
  • นายกานตพันธุ์ พิศาลสุขสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นรองผู้อำนวยการศูนย์
  • พล.ต.ต. นันทชาติ ศุภมงคล เป็นที่ปรึกษาศูนย์
  • อธิบดีกรมป่าไม้ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
  • อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
  • อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
  • ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัลและอากาศยาน สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ
  • ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่รับผิดชอบพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ กรมป่าไม้
  • ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่รับผิดชอบพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
  • ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่รับผิดชอบพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ กรมควบคุมมลพิษ
  • ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ เป็นกรรมการและเลขานุการร่วม
  • ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นกรรมการและเลขานุการร่วม
  • ผู้อำนวยการกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ เป็นกรรมการและเลขานุการร่วม

ศูนย์ดังกล่าวมีหน้าที่และอำนาจในการควบคุม สั่งการ และดำเนินการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่รับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ครอบคลุม 17 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย น่าน พะเยา เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ ลำปาง ลำพูน ตาก อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร นครสวรรค์ และอุทัยธานี โดยจะประสานงานกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน