สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาอาหารเพื่อโลก (IFRPD) และภาคีเครือข่าย เปิดตัว 'คู่มือการจัดการขยะอาหาร' เพื่อลดปัญหาขยะอาหารที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงทางอาหาร โดยคู่มือดังกล่าวมีเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนซื้อวัตถุดิบ การเก็บรักษาอาหาร การปรุงอาหารให้เหมาะสมกับปริมาณผู้บริโภค ตลอดจนการจัดการเศษอาหารอย่างถูกวิธี
สถานการณ์ขยะอาหารในประเทศไทย
ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษระบุว่า ในปี 2565 ประเทศไทยมีขยะอาหารมากถึง 17 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 40 ของขยะทั้งหมด โดยส่วนใหญ่มาจากครัวเรือนและธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งขยะอาหารเหล่านี้ก่อให้เกิดก๊าซมีเทนซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลต่อภาวะโลกร้อน
เนื้อหาสำคัญในคู่มือ
คู่มือนี้แบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่
- การวางแผนและการซื้อ - แนะนำให้ทำรายการซื้อของก่อนไปจับจ่าย และหลีกเลี่ยงการซื้อสินค้าที่ใกล้หมดอายุ
- การเก็บรักษาอาหาร - วิธีการจัดเก็บผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ให้คงความสดนานขึ้น
- การปรุงอาหาร - การคำนวณปริมาณอาหารต่อคน และการใช้ประโยชน์จากอาหารทุกส่วน
- การจัดการเศษอาหาร - การทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร และการแยกขยะเปียก
เป้าหมายของโครงการ
นายแพทย์สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รองประธานกรรมการ สสส. กล่าวว่า โครงการนี้มีเป้าหมายลดขยะอาหารลงร้อยละ 30 ภายในปี 2570 พร้อมทั้งสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนเห็นคุณค่าของอาหาร และลดการสูญเสียทรัพยากร
นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาแอปพลิเคชัน 'Food Waste Tracker' ที่ช่วยให้ผู้ใช้บันทึกปริมาณขยะอาหารในครัวเรือน และได้รับคำแนะนำในการลดขยะอย่างเหมาะสม
แนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชน
ประชาชนสามารถดาวน์โหลดคู่มือได้ฟรีทางเว็บไซต์ของ สสส. และร่วมกิจกรรม 'ลดขยะอาหาร สร้างสุข' ที่จัดขึ้นในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ โดยมีกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการและการแจกถังหมักเศษอาหาร
สำหรับธุรกิจร้านอาหาร คู่มือยังมีแนวทางในการบริจาคอาหารส่วนเกินให้กับองค์กรการกุศล และการนำอาหารที่ยังบริโภคได้ไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น
โครงการนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ข้อที่ 2 (ขจัดความหิวโหย) และข้อที่ 12 (การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน) ของสหประชาชาติ



