วิกฤตฝุ่นพิษภาคเหนือ! ศพก.ชี้ 8 จังหวัดแดงจัด เชียงใหม่พุ่งสูงสุด 255.1 มคก./ลบ.ม.
เช้าวันนี้ (30 มีนาคม 2569) ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศพก.) ภายใต้กรมควบคุมมลพิษ ได้รายงานผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในประเทศ พบว่าภาคเหนือประสบปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ โดยมีถึง 8 จังหวัดที่อยู่ในระดับสีแดงซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง
จุดร้อนฝุ่นภาคเหนือและอีสานเกินค่ามาตรฐาน
จากการตรวจวัดเวลา 07.00 น. พบค่าฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนืออยู่ในช่วง 31.3 ถึง 255.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยพื้นที่ที่มีค่าสูงสุดคือ ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งวัดได้ที่ 255.1 มคก./ลบ.ม. ตามมาด้วย ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ที่ 153.5 มคก./ลบ.ม. และตำบลลี้ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ที่ 147.1 มคก./ลบ.ม.
สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็พบค่าฝุ่นเกินมาตรฐานเป็นส่วนใหญ่เช่นกัน โดยวัดได้ระหว่าง 29.7 ถึง 84.3 มคก./ลบ.ม. ขณะที่ภาคกลางและตะวันตกมีภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนภาคตะวันออกเกินมาตรฐานใน 1 พื้นที่ และภาคใต้มีคุณภาพอากาศดีมาก
คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่น 7 วันข้างหน้า
ผลการคาดการณ์ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม ถึง 6 เมษายน 2569 ชี้ว่า กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคกลาง ตะวันตก และตะวันออก มีแนวโน้มค่าฝุ่นลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังในบางพื้นที่ ในทางตรงกันข้าม 17 จังหวัดในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีแนวโน้มค่าฝุ่นเพิ่มขึ้นในช่วงเดียวกัน โดยภาคใต้ยังคงสถานการณ์ดีอย่างต่อเนื่อง
คำแนะนำด้านสุขภาพสำหรับประชาชน
ศพก.ได้ออกคำเตือนให้ประชาชนทั่วไปเฝ้าระวังสุขภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่สีแดงที่ค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐาน ควรปฏิบัติตามแนวทางดังนี้:
- ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากอนามัย N95
- ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้มีโรคประจำตัว ควรหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านหากไม่จำเป็น
- หากมีอาการทางสุขภาพ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือแสบตา ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในวันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหามลพิษทางอากาศในหลายภูมิภาคของไทย โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสานที่ยังต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง



