กรุงเทพฯ ประหยัดไฟ 32 เมกะวัตต์ จากกิจกรรมปิดไฟ 1 ชั่วโมง ลดค่าไฟกว่า 1.4 แสนบาท
กรุงเทพฯ ประหยัดไฟ 32 เมกะวัตต์ จากปิดไฟ 1 ชั่วโมง

กรุงเทพฯ ประหยัดไฟ 32 เมกะวัตต์ จากกิจกรรมปิดไฟ 1 ชั่วโมง ลดค่าไฟกว่า 1.4 แสนบาท

กรุงเทพมหานครประกาศผลสำเร็จของกิจกรรม ปิดไฟ 1 ชั่วโมงเพื่อลดโลกร้อน ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 ระหว่างเวลา 20.30 ถึง 21.30 น. โดยสามารถลดความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ 32 เมกะวัตต์ เมื่อเทียบกับวันเสาร์ก่อนหน้าในสัปดาห์เดียวกัน ส่งผลให้ประหยัดค่าไฟฟ้าไปได้ 144,958 บาท และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 13.5 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและผลกระทบเชิงสิ่งแวดล้อม

นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กิจกรรมนี้จัดขึ้นโดยสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ร่วมกับสำนักงานเขต ภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน เพื่อรณรงค์ให้ผู้ประกอบการ อาคาร ร้านค้า และประชาชนทั่วไปร่วมลดการใช้พลังงานด้วยการปิดไฟที่ไม่จำเป็น เช่น ไฟประดับ ไฟอาคาร ป้ายโฆษณา รวมถึงถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าและลดการใช้เครื่องปรับอากาศ เป็นเวลา 1 ชั่วโมง พร้อมกับเมืองต่างๆ กว่า 7,000 เมืองใน 190 ประเทศทั่วโลก

สำหรับในปีนี้ 3 แลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพฯ ได้ร่วมปิดไฟเชิงสัญลักษณ์ ได้แก่ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เขตบางกอกใหญ่ เสาชิงช้าและวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร เขตพระนคร และภูเขาทอง (วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร) เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลการคำนวณโดยการไฟฟ้านครหลวงชี้ให้เห็นว่า การลดการใช้ไฟฟ้า 32 เมกะวัตต์ในครั้งนี้ เทียบเท่ากับการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นไม้ 1,350 ต้น ในระยะเวลา 1 ปี หรือเทียบกับเที่ยวบินกรุงเทพฯ-เชียงใหม่จำนวน 112 เที่ยวบิน หรือการใช้รถยนต์ดีเซลเป็นระยะทาง 81,000 กิโลเมตร หรือเทียบกับการปิดไฟครัวเรือน 60,750 ครัวเรือน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ความสำคัญต่อเนื่องและเป้าหมายระยะยาว

กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับปัญหาภาวะโลกร้อนและพลังงานมาอย่างต่อเนื่อง โดยกิจกรรมปิดไฟ 1 ชั่วโมงนี้ได้รณรงค์ร่วมกับภาคีเครือข่ายมาตั้งแต่ปี 2551 เป็นระยะเวลา 18 ปี ซึ่งผลรวมตลอดระยะเวลาดังกล่าวสามารถลดการใช้พลังงานได้ 22,617 เมกะวัตต์ และลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 12,330 ตัน สำหรับปี 2568 ที่ผ่านมา สามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ 134 เมกะวัตต์ และลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 58.6 ตัน

อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือ และเน้นย้ำว่ากิจกรรมนี้เป็นมากกว่าแค่การประหยัดพลังงานใน 1 ชั่วโมง แต่เป็นสัญลักษณ์ที่กระตุ้นให้ประชาชนหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม ร่วมลดภาวะโลกร้อน และเปลี่ยนพฤติกรรมสู่การประหยัดพลังงานอย่างยั่งยืนในชีวิตประจำวัน เช่น

  • ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน
  • เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED
  • ปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว
  • ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวและเดินทางด้วยยานพาหนะสาธารณะให้มากขึ้น

พลังเล็กๆ จากทุกคนเมื่อรวมกันจะกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ นำไปสู่การลดภาวะโลกร้อนได้อย่างยั่งยืนในอนาคต