กองทัพภาคที่ 3 เร่งมาตรการลดฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ จัดรถทหารฉีดน้ำในชุมชน
ตามคำสั่งของ พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ภาค 3 (ศปก.ปกป.ภาค 3) ได้มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับการปฏิบัติงานเพื่อลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสถานการณ์เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น การประชุมและสั่งการดังกล่าวจัดขึ้นที่ห้องประชุม ศปก.ปกป.ภาค 3 ส่วนหน้า อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569
มาตรการเชิงรุกเพื่อลดฝุ่นละออง
แม่ทัพภาคที่ 3 ได้สั่งการให้หน่วยทหารในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ยกระดับการปฏิบัติงานให้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองและลดผลกระทบต่อประชาชน โดยจัดให้รถบรรทุกน้ำและรถดับเพลิงของหน่วยทหารเข้าฉีดพ่นละอองน้ำในพื้นที่ชุมชนเมืองและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง
สาเหตุที่ทำให้สถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กทวีความรุนแรง เกิดจากจุดความร้อน (Hotspot) ที่สะสมจำนวนมาก ประกอบกับสภาพอากาศที่มีความกดอากาศสูง ซึ่งเป็นปัจจัยทำให้เกิดหมอกควันปกคลุมบริเวณกว้าง และส่งผลให้ค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองในอากาศสูงเกินค่ามาตรฐาน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืออย่างมีนัยสำคัญ
ข้อจำกัดในการใช้เฮลิคอปเตอร์ดับไฟ
ในส่วนของการสนับสนุนทางอากาศ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้มอบหมายให้ พล.ท.ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 ซึ่งดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ภาค 3 ส่วนหน้า จัดหาอากาศยาน KA-32 ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เข้าสนับสนุนภารกิจควบคุมและดับไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทัศนวิสัยในการบินไม่ดีในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งอาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่ออากาศยาน จึงไม่สามารถดำเนินการบินทิ้งน้ำได้ในขณะนี้ แม้จะเผชิญกับข้อจำกัดด้านสภาพอากาศ แต่การใช้กำลังภาคพื้นดินด้วยรถบรรทุกน้ำและรถดับเพลิงยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน
รายงานความคืบหน้าดับไฟป่าในอุทยานแห่งชาติ
สำหรับรายละเอียดเหตุการณ์ไฟป่าในพื้นที่อนุรักษ์แบบบูรณาการเชิงพื้นที่อุทยานแห่งชาติผาแดง สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) ได้รับข้อมูลการแจ้งเตือนจุดความร้อนจากดาวเทียม Suomi NPP (ระบบ VIIRS) เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 เวลา 02:02 น. พบจุดความร้อนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติผาแดง บริเวณทิศเหนือบ้านหัวโท หมู่ที่ 6 ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
เจ้าหน้าที่ได้เข้าปฏิบัติการดับไฟป่าตั้งแต่เวลา 08:22 น. และสามารถดับไฟได้เสร็จสิ้นในเวลา 11:30 น. พื้นที่เสียหายเมื่อเริ่มดับไฟอยู่ที่ 50 ไร่ และพื้นที่ความเสียหายรวมประมาณ 96 ไร่ สาเหตุของการเกิดไฟป่าคือการหาของป่า ขณะที่ชนิดป่าเป็นป่าเบญจพรรณ เจ้าหน้าที่และเครือข่ายที่เข้าปฏิบัติการรวมจำนวน 7 นาย ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ไฟป่าสถานีควบคุมไฟป่าผาแดง จำนวน 7 นาย โดยมีนายประกาศิต ระวิวรรณ หัวหน้าพื้นที่อนุรักษ์แบบบูรณาการเชิงพื้นที่อุทยานแห่งชาติผาแดง เป็นผู้รับผิดชอบรายงานเหตุการณ์ดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังมีรายงานการปฏิบัติงานจากพื้นที่อนุรักษ์แบบบูรณาการเชิงพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) กลุ่มป่าศรีลานนา-แม่ลาว ประจำวันที่ 29 มีนาคม 2569 ได้รับรายงานจุดความร้อนจากดาวเทียม Suomi NPP (ระบบ VIIRS) ประจำวันที่ 29 มีนาคม 2569 เวลา 02:19 น. (รอบเช้า) จำนวน 4 จุด บริเวณป่าดอยขี้หมาฟ้า หมู่ที่ 6 ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
เจ้าหน้าที่พบไฟเวลา 11:00 น. เริ่มดับไฟป่าเวลา 11:10 น. ความเสียหายก่อนดับไฟ 40 ไร่ และดับเสร็จสิ้นเวลา 13:47 น. ทำให้พื้นที่เสียหายลดลงเหลือ 20 ไร่ รวมพื้นที่เสียหายทั้งหมด 60 ไร่ ผลการปฏิบัติงานสามารถควบคุมและดับไฟป่าได้เป็นที่เรียบร้อย สาเหตุเกิดจากการหาของป่า ชนิดป่าเป็นป่าเบญจพรรณ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา เจ้าหน้าที่และเครือข่ายที่เข้าปฏิบัติการรวม 7 นาย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่ศล.3 (บ้านออน) จำนวน 3 นาย จุดเฝ้าระวังไฟป่าบ้านห้วยลึก จำนวน 2 นาย และจุดเฝ้าระวังไฟป่าบ้านใหม่สามัคคี จำนวน 2 นาย โดยมีนายสุริยา ใจจันทร์ หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าศรีลานนา เป็นคณะทำงานและเลขานุการ
ความมุ่งมั่นในการบูรณาการแก้ไขปัญหา
การดำเนินการของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ภาค 3 ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองทัพภาคที่ 3 ในการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานพลเรือน เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นซ้ำซากในช่วงฤดูแล้งของภาคเหนือ สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่เชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงยังคงอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวัง โดยมีรายงานว่าค่าฝุ่นในบางพื้นที่สูงเกินมาตรฐานและส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการงดการเผาในที่โล่งและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการรายงานจุดความร้อนหรือไฟป่าที่พบเห็นทันที เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยรวมแล้ว การสั่งการของแม่ทัพภาคที่ 3 ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุกที่รัฐบาลและกองทัพได้วางแผนไว้ล่วงหน้า เพื่อรับมือกับปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันที่เกิดขึ้นทุกปี
การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและการปรับกลยุทธ์ตามสภาพอากาศจริงจะช่วยให้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิผล และลดผลกระทบต่อประชาชน ตลอดจนระบบนิเวศในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ให้มากที่สุด



