ปลัด มท. คุมเข้มวิกฤตฝุ่น 17 จังหวัดภาคเหนือ สั่งดำเนินคดีคนเผาขั้นเด็ดขาด
ในวันที่ 1 เมษายน 2569 ที่ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานในการประชุมติดตามสถานการณ์วิกฤตฝุ่น PM 2.5 และไฟป่าในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ตามข้อสั่งการเร่งด่วนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
สถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นละอองยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
นายอรรษิษฐ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ในปัจจุบันยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่พบจุดความร้อนหรือ Hotspot สูงสุดกว่า 200 จุด ขณะที่จังหวัดเชียงใหม่เริ่มมีจุดความร้อนลดลงเหลือประมาณ 100 จุด อย่างไรก็ตาม ยังต้องดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลง
ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอทำหน้าที่เป็นผู้นำในการบูรณาการทุกภาคส่วน โดยเน้นย้ำมาตรการเชิงรุกในการเร่งค้นหาจุด Hotspot และเข้าดับไฟทันที โดยเฉพาะในพื้นที่สูงซึ่งได้รับสนับสนุนกำลังจากกองทัพและอากาศยาน KA-32 จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืนอย่างเด็ดขาดไม่มีข้อยกเว้น
นายอรรษิษฐ์ กล่าวย้ำอย่างหนักแน่นว่า ในส่วนของผู้ที่ฝ่าฝืนเผาป่าหรือปล่อยปละละเลยต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ หากพบฝุ่นควันข้ามแดนมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้กลไกความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที
รณรงค์ดูแลสุขภาพและงดกิจกรรมกลางแจ้ง
ปลัดกระทรวงมหาดไทยยังกำชับให้หน่วยงานสาธารณสุขและท้องถิ่น รณรงค์ให้ประชาชนดูแลสุขภาพอย่างเคร่งครัด โดยแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยและงดกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่ค่าฝุ่นพุ่งสูง ซึ่งล่าสุดระบบ Cell Broadcast ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนไปยังมือถือของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือให้เฝ้าระวังสุขภาพในช่วง 2-3 วันนี้แล้ว
หากสถานการณ์เกินกำลังของจังหวัด ให้รีบประสานงานกับส่วนกลางเพื่อระดมสรรพกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้โดยเร็วที่สุด การดำเนินการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาวิกฤตสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนอย่างจริงจัง



