สำรวจ 16 กลุ่มรอยเลื่อนมีพลังในไทย พร้อมโอกาสเกิดแผ่นดินไหวและผลกระทบจากเหตุการณ์ใหญ่ในเมียนมา
16 กลุ่มรอยเลื่อนมีพลังในไทย โอกาสเกิดแผ่นดินไหวและผลกระทบ (29.03.2026)

สำรวจ 16 กลุ่มรอยเลื่อนมีพลังในไทย พร้อมโอกาสเกิดแผ่นดินไหวและผลกระทบจากเหตุการณ์ใหญ่ในเมียนมา

เหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 8.2 ในเมียนมาเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 เวลา 13.20 น. สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อชีวิตและทรัพย์สินในเมืองมันดาเลย์ แรงสั่นสะเทือนจากใต้เปลือกโลกเดินทางไกลนับพันกิโลเมตรมาถึงประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ซึ่งอาคารสูงหลายแห่งเริ่มไหวและโยกตัว ผู้คนในตึกสำนักงานรับรู้ถึงความไม่มั่นคงของพื้นและอพยพลงมาด้วยความตื่นตระหนก แม้ประเทศไทยจะไม่ใช่พื้นที่ที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง แต่เหตุการณ์นี้เป็นบททดสอบสำคัญสำหรับเมืองใหญ่ที่มีโครงสร้างสมัยใหม่

หนึ่งในความเสียหายที่สร้างความตกตะลึงคืออาคารของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือสตง. ที่กำลังก่อสร้างในกรุงเทพฯ ซึ่งทลายลงจากแรงสั่นไหว หลังเหตุการณ์หลักยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกหลายครั้ง โดยกรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่ามีอาฟเตอร์ช็อกถึง 218 ครั้งนับถึงวันที่ 31 มีนาคม 2568 แรงสั่นสะเทือนจากเมียนมาสามารถเดินทางมาถึงไทยได้ไกลเนื่องจากรอยเลื่อนสะกาย ซึ่งเป็นรอยเลื่อนขนาดใหญ่ยาว 1,200 กิโลเมตรในเมียนมา และคลื่นแผ่นดินไหวเดินทางผ่านชั้นดินอ่อนเช่นที่ราบภาคกลางและชั้นดินเหนียวกรุงเทพฯ ทำให้รับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ชัดเจนขึ้น

แผ่นดินไหวเกิดขึ้นได้อย่างไรและมีสาเหตุจากอะไร

แผ่นดินไหวคือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติจากการสั่นสะเทือนของพื้นดิน เกิดจากการปลดปล่อยพลังงานที่สะสมในโลกเพื่อคลายความเครียดในชั้นเปลือกโลก นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถทำนายได้แม่นยำว่าแผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นเมื่อใดหรือที่ไหน สาเหตุแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  1. แผ่นดินไหวที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ เช่น การทดลองระเบิดนิวเคลียร์ การกักเก็บน้ำในเขื่อนใหญ่ การทำเหมืองแร่ หรือการทำงานของเครื่องจักร ซึ่งมักมีขนาดไม่รุนแรงเท่าจากธรรมชาติ
  2. แผ่นดินไหวที่เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติ เป็นสาเหตุหลักทั่วโลก ประกอบด้วยการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกตามแนวรอยเลื่อน การระเบิดของภูเขาไฟ การยุบตัวของโพรงใต้ดิน แผ่นดินถล่ม หรืออุกาบาตตก โดยการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนถือเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดของแผ่นดินไหวขนาดใหญ่

ขนาดแผ่นดินไหววัดด้วยหน่วยริคเตอร์ ซึ่งคิดค้นโดยชาร์ลส์ ฟรานซิส ริกเตอร์ เพื่อบ่งบอกพลังงานแผ่นดินไหวจากความสูงของคลื่นที่ตรวจวัดได้

แผ่นดินไหวในประเทศไทยเกิดขึ้นได้จากอะไรบ้าง

แผ่นดินไหวในไทยมีสาเหตุหลัก 2 ประการ:

  • แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในประเทศใกล้เคียง เช่น เมียนมา จีนตอนใต้ ลาว ทะเลอันดามัน หรือเกาะสุมาตรา ซึ่งสามารถส่งผลกระทบถึงภาคเหนือ ภาคตะวันตก ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และกรุงเทพมหานคร
  • การเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนมีพลังภายในประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันตก เช่น รอยเลื่อนเชียงแสน รอยเลื่อนแม่ทา รอยเลื่อนแพร่ รอยเลื่อนเถิน รอยเลื่อนเมยอุทัยธานี รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ และรอยเลื่อนคลองมะรุย

ปัจจัยที่ทำให้ความเสี่ยงและอันตรายจากแผ่นดินไหวเพิ่มมากขึ้น

ความเสียหายจากแผ่นดินไหวไม่เท่ากันในทุกพื้นที่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้:

  1. ระยะใกล้-ไกลจากจุดกำเนิดแผ่นดินไหวหรือแนวรอยเลื่อน
  2. ความหนาแน่นของชุมชนและโครงสร้างพื้นฐาน
  3. ช่วงเวลาที่เกิดแผ่นดินไหว เช่น กลางวันหรือกลางคืน
  4. การวางแผนรับมือและมาตรฐานการก่อสร้างอาคาร
  5. ลักษณะทางธรณีวิทยาของพื้นที่ เช่น ดินอ่อนหรือหินแข็ง
  6. ระยะเวลาการสั่นสะเทือน
  7. ความลึกของแผ่นดินไหว
  8. ทิศทางการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อน

รอยเลื่อนคืออะไรและมีกี่ประเภท

รอยเลื่อนคือรอยแยกหรือรอยแตกของหินที่มีการเคลื่อนตัวจากแรงเค้น แบ่งเป็น 3 ประเภทตามทิศทางแรงและการเคลื่อนตัว:

  • รอยเลื่อนปกติ เกิดจากแรงเค้นดึงทำให้แผ่นเปลือกโลกแยกตัว
  • รอยเลื่อนย้อน เกิดจากแรงเค้นบีบอัดทำให้ชั้นหินหดสั้นลง
  • รอยเลื่อนตามแนวระดับ เกิดจากแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนที่ผ่านกันในแนวราบ

รอยเลื่อนมีพลัง 16 กลุ่มในไทยกับโอกาสเกิดแผ่นดินไหว

ข้อมูลจากกรมทรัพยากรธรณีปี 2566 ระบุว่าประเทศไทยมีกลุ่มรอยเลื่อนมีพลัง 16 กลุ่ม กระจายในภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ ดังนี้:

ภาคเหนือ:

  • รอยเลื่อนแม่จัน พาดผ่านเชียงรายและเชียงใหม่ มีศักยภาพสูง เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.3 ในลาวปี 2550
  • รอยเลื่อนแม่ลาว พาดผ่านเชียงราย เป็นสาเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.3 ในไทยปี 2557 ซึ่งรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 50 ปี
  • รอยเลื่อนแม่ทา พาดผ่านเชียงใหม่ ลำพูน และเชียงราย เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.1 ปี 2562
  • รอยเลื่อนแม่อิง พาดผ่านเชียงราย มีหลักฐานความมีพลังตั้งแต่ปี 2530
  • รอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน พาดผ่านแม่ฮ่องสอนและตาก เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.1 ในเมียนมา ปี 2556
  • รอยเลื่อนเวียงแหง พาดผ่านเชียงใหม่ คาดเคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.8 เมื่อ 2,000 ปีก่อน
  • รอยเลื่อนเถิน พาดผ่านลำปางและแพร่ ยาว 180 กิโลเมตร คาดเคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.6 เมื่อ 2,000 ปีก่อน
  • รอยเลื่อนพะเยา พาดผ่านพะเยา เชียงราย และลำปาง ยาว 120 กิโลเมตร เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.9 ปี 2562
  • รอยเลื่อนปัว พาดผ่านน่าน เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.5 ปี 2478
  • รอยเลื่อนอุตรดิตถ์ พาดผ่านอุตรดิตถ์ เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 3.2 ปี 2541
  • รอยเลื่อนเพชรบูรณ์ พาดผ่านเพชรบูรณ์และเลย เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.0 ปี 2533

ภาคตะวันตก:

  • รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ พาดผ่านกาญจนบุรี ยาว 200 กิโลเมตร คาดเคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.4 เมื่อ 1,000 ปีก่อน
  • รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ พาดผ่านกาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี และตาก เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.9 ปี 2526
  • รอยเลื่อนเมย พาดผ่านตากและกำแพงเพชร เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.6 ปี 2518

ภาคใต้:

  • กลุ่มรอยเลื่อนคลองมะรุ่ย พาดผ่านสุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา และภูเก็ต เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.5 ปี 2558
  • รอยเลื่อนระนอง พาดผ่านระนอง ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และพังงา เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.0 ปี 2549

แม้ไทยจะไม่ใช่พื้นที่ที่เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงบ่อยครั้ง แต่การมีรอยเลื่อนมีพลัง 16 กลุ่มแสดงให้เห็นว่าผืนแผ่นดินไทยยังมีการเคลื่อนไหวทางธรณีวิทยาอยู่เสมอ การทำความเข้าใจตำแหน่งและพฤติกรรมของรอยเลื่อนเหล่านี้จึงสำคัญสำหรับการประเมินความเสี่ยง วางแผนผังเมือง และเตรียมความพร้อมรับมือกับแผ่นดินไหวในอนาคต