ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ระเบียบใหม่ เงินอุดหนุนท้องถิ่น พ.ศ.2569 เน้นหลักเกณฑ์เข้มงวด
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2569 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 โดยระเบียบนี้ได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อให้ครอบคลุมและสอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น
การออกระเบียบดังกล่าวอาศัยอำนาจตามกฎหมายหลายฉบับ เช่น พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2569 และพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ลงนาม
หลักเกณฑ์สำคัญในการให้เงินอุดหนุน
ระเบียบนี้กำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนสำหรับการให้เงินอุดหนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแก่หน่วยงานต่างๆ ดังนี้
- โครงการที่จะให้เงินอุดหนุนต้องเป็นภารกิจที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกฎหมาย
- ประชาชนในเขตท้องถิ่นต้องได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าวอย่างแท้จริง
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องพิจารณาความสำคัญของโครงการหลักตามแผนพัฒนาท้องถิ่นและสถานะทางการคลังก่อนตัดสินใจให้เงินอุดหนุน
- การจัดสรรงบประมาณสำหรับเงินอุดหนุนต้องตั้งไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือเพิ่มเติม โดยห้ามใช้เงินสะสมหรือเงินกู้
ข้อห้ามและข้อจำกัดในการอุดหนุน
ระเบียบยังกำหนดประเภทโครงการที่ห้ามให้เงินอุดหนุน เช่น
- โครงการที่เป็นเงินทุนหมุนเวียน
- กิจกรรมจัดเลี้ยงอาหารหรือนันทนาการโดยเฉพาะ
- ครุภัณฑ์ยานพาหนะและขนส่ง ยกเว้นกรณีให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง
- ค่าครุภัณฑ์ ค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างให้แก่องค์กรประชาชนหรือองค์กรการกุศล
นอกจากนี้ ระเบียบกำหนดว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถให้เงินอุดหนุนได้ไม่เกินร้อยละสิบสองของรายได้จริงในปีงบประมาณที่ผ่านมา โดยไม่รวมเงินอุดหนุนจากรัฐ หากต้องการให้เกินอัตรานี้ต้องขออนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมระบุเหตุผลความจำเป็นและประโยชน์ต่อประชาชน
กระบวนการและข้อกำหนดสำหรับหน่วยงานผู้ขอรับเงินอุดหนุน
หน่วยงานที่ขอรับเงินอุดหนุนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เช่น เสนอโครงการที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย แสดงเหตุผลความจำเป็นและรายละเอียดกิจกรรม และมีงบประมาณสมทบในกรณีโครงการก่อสร้างไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของค่าใช้จ่าย เว้นแต่เป็นนโยบายรัฐบาลหรือกระทรวงมหาดไทย
เมื่อได้รับเงินอุดหนุน หน่วยงานต้องดำเนินการโครงการเองโดยไม่มอบหมายให้ผู้อื่นแทน และต้องมีระเบียบการใช้จ่ายเงินที่ชัดเจน
สำหรับกรณีพิเศษ เช่น ภารกิจของรัฐวิสาหกิจที่ท้องถิ่นไม่สามารถจัดบริการเองได้ ระเบียบอนุญาตให้ท้องถิ่นร้องขอให้รัฐวิสาหกิจดำเนินการแทนได้ โดยไม่ต้องนับเงินอุดหนุนนี้เข้าอัตราส่วนจำกัด
ก่อนเบิกจ่ายเงิน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องจัดทำบันทึกข้อตกลงกับหัวหน้าหน่วยงานผู้ขอรับเงินอุดหนุน หรือกับผู้แทนไม่น้อยกว่าสามคนในกรณีองค์กรประชาชน องค์กรทางศาสนา และองค์กรการกุศล
ระเบียบนี้มีผลบังคับใช้ทันทีหลังเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา คาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินอุดหนุนของท้องถิ่นทั่วประเทศ



