“มัลลิกา” ประกาศลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. 2569 ในนามอิสระ พร้อมเปิดนโยบายสวนสาธารณะ
มัลลิกา ประกาศลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. 2569 ในนามอิสระ (23.02.2026)

“มัลลิกา” ประกาศลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ในนามอิสระ พร้อมเปิดนโยบายสวนสาธารณะ

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้เปิดเผยในช่วงหนึ่งของการจัดรายการ มัลลิกา SHOW แนวหน้าออนไลน์ ว่า ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปี 2569 นี้ เธอจะลงสมัครรับเลือกตั้งชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. โดยจะลงสมัครในนามอิสระ ไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใด

นโยบายสวนสาธารณะและปรับระบบเอกสารออนไลน์

นางมัลลิกาได้กล่าวถึงนโยบายสำคัญ โดยเน้นเรื่องสวนสาธารณะว่า ไม่ควรปิดรั้ว ควรเปิดให้ประชาชนใช้บริการได้อย่างเต็มที่ หากจำเป็นต้องมีรั้ว ก็อาจเป็นรั้วที่ไม่สูงมาก แต่ไม่ควรถึงขนาดล็อกกุญแจ เพื่อป้องกันการเข้าถึง แต่หากมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย เธอแนะนำว่าให้เพิ่มแสงสว่างและจ้าง รปภ. ดูแลแทน ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการเสนอแนวคิดเกี่ยวกับสำนักงานเขต โดยแนะนำว่า ควรเลิกเก็บเอกสารบัตรประชาชนแบบหน้า-หลัง และปรับมาใช้ระบบออนไลน์แทน เพื่อเพิ่มความสะดวกและลดขั้นตอนให้กับประชาชน ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาบริการสาธารณะให้ทันสมัยและเข้าถึงได้ง่าย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การยืนยันและกิจกรรมในรายการ

ขณะเดียวกัน ในรายการยังมีการร้องเพลง Happy Birthday เพื่ออวยพรวันคล้ายวันเกิดของนางมัลลิกา ซึ่งมีอายุครบ 53 ปี เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยในช่วงหนึ่ง มีข้อความถามขึ้นว่า การลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. จริงหรือไม่ เจ้าตัวยืนยันอย่างชัดเจนว่าจริง และจะลงสมัครในนามอิสระ ไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หากนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. คนปัจจุบัน อยู่ครบวาระ คาดว่าการเลือกตั้งครั้งใหม่จะเกิดขึ้นในวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 ซึ่งทำให้การประกาศของนางมัลลิกาในครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจสำหรับการแข่งขันทางการเมืองในกรุงเทพมหานคร

การลงสมัครในนามอิสระของนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข นี้ ไม่เพียงแต่เป็นการท้าทายตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. เท่านั้น แต่ยังเป็นการนำเสนอนโยบายที่มุ่งเน้นการปรับปรุงบริการสาธารณะและความสะดวกของประชาชน ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในอนาคต