นายแพทย์กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า การรับประทานหมูดิบหรือเนื้อหมูที่ปรุงไม่สุกมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตค็อกคัส ซูอิส (Streptococcus suis) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคไข้หูดับ โดยเชื้อนี้สามารถก่อให้เกิดอาการรุนแรง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ สูญเสียการได้ยิน และอาจเสียชีวิตได้
สถานการณ์โรคไข้หูดับในไทย
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าในปี 2566 ที่ผ่านมา มีรายงานผู้ป่วยโรคไข้หูดับแล้วกว่า 500 ราย และมีผู้เสียชีวิตประมาณ 30 ราย โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มีประวัติสัมผัสหรือรับประทานหมูดิบ นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับสุกร เช่น เกษตรกร คนงานในโรงฆ่าสัตว์ มีความเสี่ยงสูงกว่าประชากรทั่วไป
อาการและอันตรายของโรค
นายแพทย์กฤษดากล่าวว่า หลังจากได้รับเชื้อประมาณ 14 ชั่วโมงถึง 3 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง คอแข็ง หูดับ หรือสูญเสียการได้ยินกะทันหัน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจทำให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
แนวทางการป้องกัน
สสส. แนะนำให้ประชาชนรับประทานเนื้อหมูที่ปรุงสุกเท่านั้น โดยต้องให้ความร้อนอย่างน้อย 70 องศาเซลเซียส นาน 2 นาที เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย หลีกเลี่ยงการรับประทานลาบหมูดิบ ก้อยหมูดิบ หรือเลือดหมูดิบ นอกจากนี้ ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสเนื้อหมูสด และแยกเขียงสำหรับเนื้อดิบกับอาหารปรุงสุก เพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้าม
ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้เลี้ยงสุกร
สำหรับผู้ที่เลี้ยงสุกรหรือทำงานในฟาร์ม ควรสวมถุงมือ รองเท้าบูท และหน้ากากอนามัยขณะทำงาน หากมีบาดแผลควรปิดแผลให้มิดชิด และหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสุกรที่ป่วยหรือตายโดยตรง หากพบสุกรมีอาการผิดปกติ ควรรีบแจ้งปศุสัตว์ในพื้นที่เพื่อดำเนินการต่อไป
นายแพทย์กฤษดาย้ำว่า โรคไข้หูดับเป็นโรคที่ป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการดูแลสุขอนามัยที่ดี โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่เชื้อแบคทีเรียแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น ประชาชนควรตระหนักถึงความเสี่ยงและหลีกเลี่ยงการกินหมูดิบ เพื่อลดอัตราการป่วยและเสียชีวิตจากโรคนี้



