“ภัทรพงษ์” จี้รัฐบาลประกาศภัยพิบัติ PM2.5 ภาคเหนือตอนบนด่วน ชี้ประชาชนเสี่ยงมะเร็งปอด
สส.เชียงใหม่จี้ประกาศภัยพิบัติ PM2.5 ด่วน หวั่นมะเร็งปอด (27.03.2026)

สส.เชียงใหม่จี้รัฐบาลประกาศภัยพิบัติ PM2.5 ภาคเหนือตอนบนด่วน หวั่นประชาชนเสี่ยงมะเร็งปอด

นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ จากพรรคประชาชน ได้ออกมาเรียกร้องอย่างเร่งด่วนให้รัฐบาลประกาศเขตภัยพิบัติกรณีฝุ่นพิษ PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยชี้ว่าปัญหานี้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพของประชาชน และลมหายใจของพวกเขาไม่สามารถรอได้อีกต่อไป

เกณฑ์เดิมไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง

นายภัทรพงษ์ ระบุผ่านโพสต์เฟซบุ๊กว่า เกณฑ์ปัจจุบันที่ใช้ในการประกาศภัยพิบัติ PM2.5 นั้นถูกเขียนขึ้นโดยคนในห้องแอร์ที่ไม่เคยเผชิญปัญหาจริงๆ โดยรัฐบาลกำหนดให้ค่า PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงต้องมากกว่า 125 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรต่อเนื่องกันเกิน 5 วัน ซึ่งแม้จะปรับลดจากเดิมที่ 150 แล้ว แต่ก็ยังสูงเกินไปและไม่ตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน

เขาเสนอให้ปรับเกณฑ์เป็นสองขั้นตอน ได้แก่ หากค่า PM2.5 เกิน 75 ติดต่อสามวัน ให้ใช้เกณฑ์ป้องกันยับยั้งภัย และหากเกิน 120 สามวัน ให้ถือเป็นภัยพิบัติเพื่อเข้าช่วยเหลือเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้จังหวัดสามารถเข้าถึงเงินฉุกเฉินได้ทันที

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อสุขภาพและกลุ่มเปราะบาง

ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือตอนบนกำลังสร้างความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างรุนแรง โดยเฉพาะโรคมะเร็งปอด นายภัทรพงษ์ ย้ำว่าไม่ใช่ทุกคนจะมีบ้านติดแอร์หรือเครื่องฟอกอากาศ ดังนั้นรัฐบาลต้องดำเนินการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กเล็กและผู้ป่วยติดเตียง โดยจัดซื้อหน้ากากอนามัย มุ้งสู้ฝุ่น หรือทำห้องปลอดฝุ่น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เขาขอเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศภัยพิบัติระดับ 3 โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้บัญชาการ และให้แต่ละกระทรวงดำเนินการตามภารกิจ เช่น กระทรวงสาธารณสุขจัดการผลกระทบสุขภาพ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ดูแลกลุ่มเปราะบาง และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดการที่ต้นตอไฟป่า

การใช้เงินฉุกเฉินและความร่วมมือจากกระทรวงต่างๆ

นายภัทรพงษ์ เน้นย้ำว่าต้องใช้งบฉุกเฉินจากเงินทดรองราชการโดยทันที เพื่อสนับสนุนการจัดการที่ต้นตอของฝุ่นภายในประเทศ รวมถึงค่าจ้างแรงงานและค่าน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับคนดับไฟป่า นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมควรเข้ามาช่วยจัดการด้วย เนื่องจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่มีงบฉุกเฉินเพียงพอ

เขาสรุปว่าการดำเนินการทั้งหมดต้องเป็นไปอย่างเร่งด่วน เพราะความล่าช้าจะเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอดให้กับประชาชน และกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้