ค่าฝุ่น PM2.5 กรุงเทพฯ เกินมาตรฐาน 13 ก.พ. 2569 เขตหนองจอกสูงสุด แนะสวมหน้ากาก
วันนี้ (13 กุมภาพันธ์ 2569) ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ณ เวลา 07.00 น. ค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานครอยู่ที่ 38.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้คุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีส้ม ซึ่งหมายถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในหลายพื้นที่
รายงานค่าฝุ่น PM2.5 สูงสุด 12 อันดับในกรุงเทพมหานคร
จากการตรวจวัด พบว่าพื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM2.5 สูงสุดในกรุงเทพมหานคร ได้แก่:
- เขตหนองจอก: 50.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตลาดกระบัง: 50.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตบางรัก: 48.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตคลองสามวา: 47.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตจตุจักร: 46.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตประเวศ: 46.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตหลักสี่: 46.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตสายไหม: 45.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตปทุมวัน: 44.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตบางนา: 44.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตวังทองหลาง: 43.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตบางพลัด: 43.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ภาพรวมคุณภาพอากาศในแต่ละโซนของกรุงเทพมหานคร
เมื่อแบ่งตามโซน พบว่า:
- กรุงเทพเหนือ: ค่าฝุ่นอยู่ระหว่าง 37.4 ถึง 46.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
- กรุงเทพตะวันออก: ค่าฝุ่นอยู่ระหว่าง 32.6 ถึง 50.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
- กรุงเทพกลาง: ค่าฝุ่นอยู่ระหว่าง 31.4 ถึง 43.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง
- กรุงเทพใต้: ค่าฝุ่นอยู่ระหว่าง 31.2 ถึง 48.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
- กรุงธนเหนือ: ค่าฝุ่นอยู่ระหว่าง 32.2 ถึง 43.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง
- กรุงธนใต้: ค่าฝุ่นอยู่ระหว่าง 29.2 ถึง 40.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง
โดยภาพรวม คุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานครอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ แม้ว่าฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
คำแนะนำด้านสุขภาพสำหรับประชาชน
เนื่องจากคุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีส้ม ซึ่งเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครได้ให้คำแนะนำดังนี้:
- ประชาชนทั่วไป: ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร จำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก และสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยง: เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก สตรีมีครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร เลี่ยงการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ และหากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ทันที
การสวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 เป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองในอากาศ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐาน เช่น เขตหนองจอกและเขตลาดกระบัง



