ค่าฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพฯ เกินมาตรฐาน 9 พื้นที่ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน
สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในกรุงเทพมหานคร ยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง โดยในเช้าวันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 07:00 น. ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กรุงเทพมหานคร รายงานผ่านเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการว่า มีพื้นที่ถึง 9 แห่งที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ซึ่งส่งผลให้คุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีส้ม หมายถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนแล้ว
รายละเอียดค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
จากการตรวจวัด ค่าเฉลี่ยของฝุ่น PM 2.5 ทั่วกรุงเทพมหานครอยู่ที่ 33.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ที่ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ตาม พื้นที่บางส่วนยังมีค่าสูงเกินเกณฑ์ โดย 12 อันดับพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูงสุดในกรุงเทพมหานคร มีดังนี้
- เขตหนองจอก 43 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตบางคอแหลม 41.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตสัมพันธวงศ์ 41 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตราชเทวี 40.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตลาดกระบัง 40 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตวังทองหลาง 37.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตบางรัก 37.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตบางขุนเทียน 37.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตจตุจักร 37.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตหลักสี่ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตบางกอกใหญ่ 36.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- เขตคลองเตย 36.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
เมื่อพิจารณาตามภูมิภาคของกรุงเทพมหานคร พบว่าค่าฝุ่นมีแนวโน้มลดลงในภาพรวม โดยคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ดังนี้
- กรุงเทพเหนือ: 31.6 - 37.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- กรุงเทพตะวันออก: 29.5 - 43 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- กรุงเทพกลาง: 27.5 - 41 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- กรุงเทพใต้: 27.5 - 41.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- กรุงธนเหนือ: 29 - 36.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- กรุงธนใต้: 28.9 - 37.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ข้อแนะนำสุขภาพสำหรับประชาชน
เนื่องจากคุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีส้มที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กรุงเทพมหานคร ได้ออกคำแนะนำเพื่อป้องกันอันตรายจากฝุ่นละออง PM 2.5 ดังนี้
สำหรับประชาชนทั่วไป: ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM 2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร จำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก และสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา
สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง: เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก สตรีมีครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM 2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร เลี่ยงการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และหากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ทันที
ทั้งนี้ ฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลงในภาพรวม แต่ประชาชนยังคงต้องเฝ้าระวังและดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด เพื่อลดความเสี่ยงจากมลพิษทางอากาศที่อาจส่งผลกระทบในระยะยาว



