ไข่เสียดูยังไง? 3 วิธีเช็กง่ายๆ พร้อมอาการและวิธีรับมือ
ไข่เสียดูยังไง? 3 วิธีเช็กง่ายๆ พร้อมอาการและวิธีรับมือ

ไข่ไก่เป็นวัตถุดิบโปรตีนสูงยอดนิยมที่แทบทุกบ้านต้องมีติดตู้เย็น แต่สภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทยเป็นปัจจัยเร่งให้จุลินทรีย์และแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ง่าย หากเก็บรักษาไข่ไม่ถูกวิธีหรือซื้อไข่เก่าเก็บมาทิ้งไว้ อาจทำให้ไข่เน่าเสียได้ง่ายขึ้น จากข้อมูลของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ระบุว่าอาการอาหารเป็นพิษและโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันมักมีสาเหตุหลักจากการรับประทานอาหารที่ไม่สดใหม่หรือปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะเชื้อซัลโมเนลลาที่พบในไข่ดิบหรือไข่เริ่มเน่าเสีย ดังนั้นการรู้วิธีสังเกตว่าไข่เสียดูยังไงจึงสำคัญต่อการปกป้องสุขภาพของคนในครอบครัว

3 สัญญาณเตือนไข่ไก่เริ่มเสีย เช็กง่ายๆ ด้วยตัวเอง

หากไม่แน่ใจว่าไข่ที่ซื้อมานานยังปลอดภัยหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้จาก 3 สัญญาณเตือนและวิธีการเช็กดังต่อไปนี้

1. ทดสอบด้วยการลอยน้ำ

นี่คือวิธีที่ง่ายและแม่นยำที่สุดโดยไม่ต้องตอกไข่ออกมา เพียงเตรียมน้ำสะอาดใส่แก้วหรือชามใบใหญ่แล้วนำไข่ไก่หย่อนลงไป สังเกตลักษณะการจมหรือลอย ไข่สดใหม่จะจมลงนอนนิ่งที่ก้นภาชนะในแนวนอน ไข่เก่าที่ยังกินได้จะจมอยู่ที่ก้นแต่ตั้งชันขึ้นมาเนื่องจากมีฟองอากาศข้างในมากขึ้น ส่วนไข่เริ่มเสียหรือไข่เน่าจะลอยเด่นขึ้นมาเหนือน้ำอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากกระบวนการย่อยสลายภายในทำให้เกิดก๊าซ หากพบไข่ลักษณะนี้ควรทิ้งทันที

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

2. สังเกตจากกลิ่นและลักษณะเปลือกภายนอก

กลิ่นคือสิ่งบ่งชี้ที่ชัดเจนที่สุด เมื่อตอกไข่ไก่ออกมาใส่ถ้วย (แนะนำให้ตอกแยกใส่ถ้วยเล็กก่อนลงกระทะรวมกัน) หากเป็นไข่เสียจะมีกลิ่นฉุน กลิ่นเหม็นคล้ายกำมะถัน หรือกลิ่นเน่าอย่างรุนแรง นอกจากนี้ให้สังเกตเปลือกไข่ภายนอก หากมีรอยร้าว มีคราบแร่ธาตุแปลกๆ หรือมีเชื้อราสีจุดดำๆ เกาะอยู่ ก็เป็นสัญญาณที่ไม่ควรนำมารับประทาน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

3. เนื้อสัมผัสของไข่ขาวและไข่แดงที่เปลี่ยนไป

เมื่อตอกไข่ออกมาแล้วให้สังเกตโครงสร้างของไข่ ไข่ไก่สดไข่แดงจะนูนเป็นก้อนกลมชัดเจนอยู่ตรงกลาง และมีไข่ขาวหนาล้อมรอบอย่างหนาแน่น ส่วนไข่เริ่มเน่าเสียไข่แดงจะแบนราบ แตกค้างหรือผสมรวมกับไข่ขาวอย่างง่ายดายโดยไม่ได้คน ไข่ขาวจะมีลักษณะเหลวเป็นน้ำใสๆ ไม่มีดวงเนื้อไข่หนาเหลืออยู่ และสีของไข่ขาวอาจดูขุ่นมัวอย่างผิดปกติ

หากเผลอกินไข่เสียเข้าไปอันตรายไหม? เจาะลึกอาการท้องเสียจากไข่

หลายคนอาจตั้งคำถามว่าหากเผลอกินไข่เสียเข้าไปเป็นอะไรไหม? คำตอบจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารระบุว่าการรับประทานไข่ที่เริ่มเน่าเสียหรือปนเปื้อนแบคทีเรียจะส่งผลให้ระบบทางเดินอาหารอักเสบเฉียบพลัน เนื่องจากร่างกายได้รับสารพิษจากแบคทีเรียกลุ่ม Salmonella หรือ Staphylococcus aureus โดยทั่วไปร่างกายจะเริ่มแสดงอาการท้องเสียจากไข่และภาวะอาหารเป็นพิษภายใน 6 ถึง 48 ชั่วโมงหลังรับประทานเข้าไป โดยมีอาการเด่นชัดดังนี้

  • ปวดท้องบิดรุนแรง มีอาการมวนท้องและปวดเกร็งเป็นระยะเนื่องจากลำไส้บีบตัวขับของเสีย
  • คลื่นไส้และอาเจียน ร่างกายพยายามขับสารพิษออกทางส่วนบน
  • ท้องเสีย ถ่ายเหลว อาจถ่ายเป็นน้ำบ่อยครั้ง ในรายที่ติดเชื้อรุนแรงอาจมีมูกเลือดปน
  • มีไข้และหนาวสั่น เป็นปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันที่กำลังต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรีย
  • อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ เกิดจากการสูญเสียน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็วจากการถ่ายและอาเจียน

ข้อควรระวังในกลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาการท้องเสียจากไข่ที่ปนเปื้อนเชื้อซัลโมเนลลาอาจมีความรุนแรงถึงขั้นติดเชื้อในกระแสเลือดได้ หากพบว่ามีอาการไข้สูง ถ่ายไม่หยุด หรือมีภาวะขาดน้ำรุนแรง (ปากแห้ง ปัสสาวะน้อยและมีสีเข้ม) ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเผลอกินไข่เสีย

หากเริ่มมีอาการไม่รุนแรง สามารถดูแลตัวเองในเบื้องต้นได้ตามนี้

  1. จิบสารละลายผงเกลือแร่เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป (ไม่แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าปริมาณมากในทีเดียวเพราะอาจทำให้เกลือแร่ในเลือดเจือจาง)
  2. หลีกเลี่ยงยาหยุดถ่ายทันที ในช่วงแรกควรปล่อยให้ร่างกายขับสารพิษออกตามธรรมชาติ การกินยาหยุดถ่ายอาจทำให้เชื้อโรคสะสมอยู่ในลำไส้นานขึ้น
  3. รับประทานอาหารอ่อน เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม งดอาหารรสจัด ของมัน และผลิตภัณฑ์จากนมชั่วคราว

เคล็ดลับการเก็บรักษาไข่ไก่ให้สดนานที่สุด

เพื่อยืดอายุการใช้งานและป้องกันไม่ให้ไข่ไก่เสียก่อนเวลาอันควร ทางกรมอนามัยได้เคยให้คำแนะนำไว้ว่าควรเก็บไข่ไก่ไว้ในตู้เย็นที่มีอุณหภูมิคงที่ (ประมาณ 4 องศาเซลเซียส) โดยหันด้านแหลมลงและให้ด้านป้านขึ้นด้านบน เนื่องจากด้านป้านจะมีฟองอากาศอยู่ การเก็บลักษณะนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ไข่แดงไปติดกับเปลือกไข่ ทำให้ไข่เก็บรักษาความสดได้ยาวนานยิ่งขึ้น และไม่ควรล้างไข่ไก่ก่อนนำไปแช่ตู้เย็น เพราะจะทำให้สารเคลือบผิวตามธรรมชาติหลุดออก แบคทีเรียและสิ่งสกปรกจึงเข้าสู่เปลือกไข่ได้ง่ายขึ้น