BDMS Wellness Clinic นำโมเดล Wellness Ecosystem ไทย สู่เวทีออสเตรเลีย ตอบโจทย์วิกฤต NCDs ระดับโลก
ณ สถานกงสุลไทย นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย BDMS Wellness Clinic ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันในเครือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ได้จัดงานนำเสนอโมเดล Wellness Ecosystem ของไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี นายนฤชัย นินนาท กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน การนำเสนอครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งปันองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะ Wellness Hub ระดับสากล
การบรรยายโดย นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ หรือ "คุณหมอแอมป์"
นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร BDMS Wellness Clinic และ BDMS Wellness Resort ได้บรรยายในหัวข้อ "Wellness Hub Thailand: The Future of Global Wellness" ซึ่งสะท้อนแนวทางการบูรณาการองค์ความรู้ด้านสุขภาวะ การท่องเที่ยว และวิถีชีวิต เพื่อสนับสนุนการสร้างสุขภาวะอย่างยั่งยืนในระดับนานาชาติ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทที่ทั่วโลก รวมถึงประเทศที่มีระบบสาธารณสุขก้าวหน้าอย่างออสเตรเลีย กำลังเผชิญความท้าทายจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases: NCDs) ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตมากกว่า 90% ของประชากรทั้งหมด
ภายในงาน มีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคการท่องเที่ยวเข้าร่วมอย่างคับคั่ง อาทิ:
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักนครซิดนีย์
- กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
- ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน ณ นครซิดนีย์
- ตัวแทนจากภาคธุรกิจอื่น ๆ อีกมากมาย
การเข้าร่วมนี้สะท้อนถึงความสนใจและโอกาสความร่วมมือระหว่างไทยและออสเตรเลียในการขับเคลื่อนอนาคตสุขภาวะในเวทีโลก
วิกฤต NCDs ในออสเตรเลีย: โจทย์ใหญ่ด้านสุขภาพ
ออสเตรเลียได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีคุณภาพชีวิตสูงที่สุดในโลก ด้วยระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็งและโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย อย่างไรก็ตาม รายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำปี 2025 ระบุว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ได้กลายเป็นสาเหตุการเสียชีวิตหลักของประชากรในออสเตรเลีย โดยคิดเป็นสัดส่วนกว่า 90% ของการเสียชีวิตทั้งหมด
สถาบันสุขภาพและสวัสดิการแห่งออสเตรเลีย (AIHW) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า:
- โรคหลอดเลือดหัวใจตีบครองอันดับหนึ่งของสาเหตุการเสียชีวิต
- ตามมาด้วยโรคสมองเสื่อม โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็งปอด และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
นอกจากนี้ ปัญหาน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนสำคัญ โดยพบว่าประชากรชาวออสเตรเลียกว่า 66.5% หรือราว 17,263,400 คน กำลังเผชิญกับภาวะน้ำหนักเกินและอ้วน สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างวิถีชีวิตยุคใหม่กับความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้น และตอกย้ำความจำเป็นที่ระบบสาธารณสุขต้องเร่งปรับกลยุทธ์จากการรักษาไปสู่การป้องกันอย่างจริงจัง
นโยบายสุขภาพของออสเตรเลียและความร่วมมือกับไทย
นายนฤชัย นินนาท กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ เผยว่า ประเทศออสเตรเลียได้กำหนดนโยบายสำคัญเพื่อส่งเสริมสุขภาวะของประชากรอย่างเป็นระบบ โดยหนึ่งในกรอบหลักคือนโยบาย National Preventive Health Strategy 2021–2030 ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ภาพใหญ่ด้านการป้องกันสุขภาพระดับชาติ มุ่งปรับทิศทางระบบสาธารณสุขจากการรักษาเมื่อป่วยไปสู่การป้องกันเชิงรุกที่ครอบคลุมปัจจัยเสี่ยงสำคัญหลายด้าน
นายนฤชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า "การที่ BDMS Wellness Clinic ได้มีโอกาสเข้ามาแบ่งปันองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนแนวคิดการสร้างเสริมสุขภาวะให้แก่ชาวออสเตรเลียอย่างเป็นรูปธรรม" ความร่วมมือในครั้งนี้ยังเป็นกลไกสำคัญในการต่อยอดศักยภาพด้าน Wellness Tourism โดยเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญทางการแพทย์เชิงป้องกันของประเทศไทย เข้ากับความต้องการด้านสุขภาพของประชาคมนานาชาติ
ความเครียดเรื้อรังและผลกระทบต่อสุขภาพ
นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ เปิดเผยว่า ในสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ซึ่งก่อให้เกิด ความเครียดเรื้อรัง ภาวะทางอารมณ์ที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพกาย กระตุ้นกระบวนการอักเสบในร่างกาย เร่งความเสื่อมของเซลล์ และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในอนาคต
หลักฐานทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากสะท้อนความเชื่อมโยงดังกล่าว โดยพบว่า ภาวะโรคอ้วนมีความสัมพันธ์กับการหดสั้นของ เทโลเมียร์ (Telomere) ซึ่งเป็นโครงสร้างปลายสายดีเอ็นเอที่ทำหน้าที่ปกป้องสารพันธุกรรมของเซลล์ นอกจากนี้ ความเครียดเรื้อรังเองก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความยาวของเทโลเมียร์ โดยจากงานวิจัยพบว่า ผู้ที่เผชิญกับความเครียดในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง อาจมีความยาวเทโลเมียร์สั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ
วิสัยทัศน์ Wellness Ecosystem ไทยสู่ระดับโลก
นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ท่ามกลางภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การผลักดันแนวคิดการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันจึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของอนาคตระบบสาธารณสุข
หนึ่งในวิสัยทัศน์สำคัญคือการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น "หมุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก" โดยต่อยอดจากศักยภาพเชิงโครงสร้างที่โดดเด่นของประเทศ เช่น:
- ความงดงามของธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย
- ประเพณีและวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า
- อาหารและสมุนไพรไทยที่อุดมด้วยภูมิปัญญาและคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ
- เอกลักษณ์การบริการแบบ "สยามเมืองยิ้ม"
นายแพทย์ตนุพล กล่าวปิดท้ายว่า "เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการดูแลสุขภาพของคนไทย แต่คือการยกระดับประเทศไทยให้เป็นพื้นที่แห่งการฟื้นฟูสำหรับผู้คนจากทั่วโลก" ดังนั้น Wellness จึงไม่ใช่สินค้าที่เกิดขึ้นตามความนิยมชั่วคราว แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของโลกอนาคต ที่ทุกประเทศต้องให้ความสำคัญ



