กรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับการประปานครหลวง (กปน.) ประกาศเดินหน้าโครงการยกระดับคุณภาพน้ำประปาให้ได้มาตรฐานสากลตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ภายในปี 2568 หลังจากที่ประชาชนในหลายพื้นที่ร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาน้ำประปามีสีขุ่นและมีกลิ่นคลอรีนรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน
สาเหตุของปัญหาน้ำประปาคุณภาพต่ำ
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า สาเหตุหลักของปัญหาน้ำประปามีคุณภาพต่ำเกิดจากท่อประปาที่มีอายุการใช้งานนานกว่า 30 ปี และระบบกรองน้ำที่ยังไม่ทันสมัย ทำให้มีตะกอนและสิ่งปนเปื้อนปะปนอยู่ในน้ำ นอกจากนี้ การใช้คลอรีนในปริมาณสูงเพื่อฆ่าเชื้อโรคยังส่งผลให้เกิดกลิ่นและรสชาติที่ไม่พึงประสงค์
“เราได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะในเขตชานเมืองและพื้นที่ที่อยู่อาศัยใหม่ ซึ่งพบว่าน้ำประปามีความขุ่นและมีกลิ่นคลอรีนชัดเจน เราจึงต้องเร่งดำเนินการปรับปรุงระบบให้ดีขึ้น” นายชัชชาติกล่าว
แผนยกระดับคุณภาพน้ำประปา
กปน. ได้วางแผนปรับปรุงระบบผลิตน้ำประปา 4 แห่งหลัก ได้แก่ โรงงานผลิตน้ำสำแล โรงงานผลิตน้ำบางเขน โรงงานผลิตน้ำธนบุรี และโรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ โดยจะติดตั้งระบบกรองแบบเมมเบรนและระบบฆ่าเชื้อด้วยรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) เพื่อลดการใช้คลอรีนและเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อโรค
นอกจากนี้ ยังมีแผนเปลี่ยนท่อประปาเก่าใน 50 เขตของกรุงเทพฯ รวมระยะทางกว่า 1,200 กิโลเมตร ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการ 5 ปี งบประมาณเบื้องต้นอยู่ที่ 8,000 ล้านบาท โดยเริ่มดำเนินการในเขตที่มีปัญหาหนักก่อน เช่น เขตมีนบุรี เขตหนองจอก และเขตลาดกระบัง
ผลกระทบต่อประชาชนและแนวทางแก้ไข
จากข้อมูลของกปน. ในปี 2566 มีผู้ร้องเรียนปัญหาน้ำประปาผ่านสายด่วน 1660 กว่า 15,000 ครั้ง โดยปัญหาหลักคือนํ้าขุ่น (45%) และกลิ่นคลอรีน (30%) ส่งผลให้ประชาชนต้องซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดหรือติดตั้งเครื่องกรองน้ำเพิ่มเติม ซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่าย
“ที่ผ่านมาผมต้องซื้อน้ำดื่มเดือนละ 500 บาท เพราะน้ำประปามีกลิ่นแรง กรองแล้วยังไม่หาย” นางสมศรี อายุ 55 ปี ชาวเขตมีนบุรี กล่าว
เพื่อบรรเทาปัญหาในระยะสั้น กปน. จะเพิ่มจุดจ่ายน้ำฟ้าในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงแจกจ่ายน้ำสะอาดให้กับชุมชนที่ได้รับผลกระทบหนัก ขณะเดียวกันจะปรับลดระดับคลอรีนในน้ำประปาให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยแต่ไม่ส่งกลิ่นรบกวน
การตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง
กทม. และกปน. จะร่วมกันตรวจสอบคุณภาพน้ำประปาทุกจุดจ่ายในพื้นที่เสี่ยงอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง และเผยแพร่ผลการตรวจสอบผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่าบ้านของตนมีน้ำประปาที่ได้มาตรฐานหรือไม่
นายชัชชาติย้ำว่า “เป้าหมายของเราคือให้น้ำประปาในกรุงเทพฯ สามารถดื่มได้โดยไม่ต้องต้มหรือกรอง ภายในปี 2568 ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและเพิ่มคุณภาพชีวิต”



