กรุงเทพฯ เตือนค่าดัชนีความร้อนวันนี้ถึงระดับ 'อันตราย' อุณหภูมิพุ่ง 42.0-51.9 องศาเซลเซียส
วันนี้ (26 มีนาคม 2569) กรุงเทพมหานครได้ออกประกาศเตือนภัยค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) สูงสุดรายวันในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่าค่าดัชนีความร้อนสูงสุดอยู่ในระดับ "อันตราย" โดยมีอุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกได้ (Feel like) อยู่ระหว่าง 42.0 ถึง 51.9 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพของประชาชน
ดัชนีความร้อนคืออะไรและแบ่งระดับอย่างไร?
ดัชนีความร้อนหรือ Heat Index หมายถึงอุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกได้ในขณะนั้น ซึ่งขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศ โดยเหมาะสำหรับบ่งชี้ความเสี่ยงที่ร่างกายจะได้รับผลกระทบจากความร้อนมากกว่าการใช้ค่าอุณหภูมิสูงสุดเพียงอย่างเดียว สำหรับค่าดัชนีความร้อนสามารถแบ่งได้เป็น 4 ระดับ ดังนี้:
- ระดับเฝ้าระวัง: ดัชนีความร้อน 27.0 - 32.9 องศาเซลเซียส
- ระดับเตือนภัย: ดัชนีความร้อน 33.0 - 41.9 องศาเซลเซียส
- ระดับอันตราย: ดัชนีความร้อน 42.0 - 51.9 องศาเซลเซียส
- ระดับอันตรายมาก: ดัชนีความร้อนเกินกว่า 52 องศาเซลเซียส
ผลกระทบต่อสุขภาพและกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวัง
ผลกระทบต่อสุขภาพจากความร้อนเกิดจากการสัมผัสอุณหภูมิอากาศที่สูงเกินกว่าระดับที่ร่างกายรับได้ อาจส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น อ่อนเพลีย, วิงเวียนศีรษะ, ผื่นบวมแดง, ตะคริว, และโรคลมร้อน (Heat stroke) ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายถึงชีวิตได้
สำหรับข้อแนะนำในการปฏิบัติตน กรุงเทพมหานครเน้นย้ำให้บุคคลทั่วไปสังเกตอาการตนเองอย่างใกล้ชิด ขณะที่กลุ่มเสี่ยงซึ่งรวมถึง:
- เด็กเล็กอายุ 0-5 ปี
- ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป
- หญิงตั้งครรภ์
- ผู้ป่วยหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว
- ผู้ที่มีภาวะอ้วน
- ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์
- ผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน
- ผู้ที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง
- นักท่องเที่ยว
หากมีอาการผิดปกติใดๆ เช่น วิงเวียนหรืออ่อนเพลียมาก ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง
สถานการณ์ความร้อนในปีนี้และแนวโน้มที่ต้องจับตา
จากรายงานข่าวที่เกี่ยวข้อง เตือนว่าหน้าร้อนปีนี้มีแนวโน้มที่ค่าดัชนีความร้อนจะสูงกว่าปีที่ผ่านมา โดยในปี 2568 ช่วงหน้าร้อนพบผู้ป่วยโรคลมร้อน 182 คน และเสียชีวิต 21 คน ซึ่งสะท้อนถึงความรุนแรงของปัญหานี้ นอกจากนี้ วิกฤตน้ำมันยังส่งผลกระทบต่ออาชีพเช่นไรเดอร์และแท็กซี่ที่รายได้หดตัว ขณะที่หน่วยกู้ภัยต้องปรับแผนช่วยชีวิตประชาชนให้สอดคล้องกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด
การเฝ้าระวังและป้องกันตนเองจากความร้อนจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองใหญ่เช่นกรุงเทพฯ ที่มักเผชิญกับค่าดัชนีความร้อนสูงเป็นประจำในช่วงฤดูร้อน



