หมอแอมป์เตือน! อดนอนทำลายสมอง ย้ำการนอนคุณภาพคือกุญแจสุขภาพดี
ในโอกาสวันนอนหลับโลก (World Sleep Day) ประจำปี 2026 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Sleep Well, Live Better” นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ หรือคุณหมอแอมป์ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท ได้ออกมาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการนอนหลับที่มีคุณภาพ โดยชี้ว่า การอดนอนหรือการนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพนั้น ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสมองและสุขภาพโดยรวมมากกว่าที่หลายคนคาดคิด
การอดนอนเสี่ยงทำลายสมองและเพิ่มความเสื่อม
หมอแอมป์อธิบายว่า สมองเป็นอวัยวะที่ใช้พลังงานสูงมาก ทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระในปริมาณมาก โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น การนอนหลับจึงเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยควบคุมและปรับสมดุลระดับสารอนุมูลอิสระให้เหมาะสม หากอดนอนหรือนอนไม่เพียงพอ จะทำให้สมองไม่สามารถกำจัดของเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อโปรตีน ไขมัน และดีเอ็นเอในระบบประสาท ซึ่งนำไปสู่ความเสื่อมของระบบประสาท และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์ในระยะยาว
นอกจากนี้ ระหว่างการนอนหลับ สมองจะเข้าสู่ภาวะที่อัตราการเผาผลาญพลังงานลดลง หรือที่เรียกว่า Hypometabolic state ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟู โดยสมองจะกำจัดสารอนุมูลอิสระที่สะสมในช่วงตื่น พร้อมทั้งกระตุ้นการสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น เมลาโทนิน และเอนไซม์ต่าง ๆ ที่ช่วยปกป้องเซลล์สมอง
ผลกระทบจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับและความอ้วน
หมอแอมป์ยังชี้ถึงความเชื่อมโยงระหว่างการนอนหลับกับภาวะสุขภาพอื่น ๆ โดยเฉพาะ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea: OSA) ซึ่งทำให้เกิดการขาดออกซิเจนเป็นช่วง ๆ กระตุ้นการสร้างสารอนุมูลอิสระอย่างรวดเร็วและก่อให้เกิดการอักเสบรุนแรง รวมถึงทำให้ตื่นบ่อย ส่งผลให้นอนหลับไม่ต่อเนื่องและลดประสิทธิภาพการฟื้นฟูสมอง
นอกจากนี้ โรคอ้วนถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยความรุนแรงของโรคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามระดับความอ้วน ดังนั้น การลดน้ำหนักไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวานหรือโรคหัวใจ แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการปกป้องสุขภาพสมองอีกด้วย
10 แนวทางสร้างสุขนิสัยการนอนหลับที่ดี
เพื่อส่งเสริมการนอนหลับที่มีคุณภาพและสุขภาพสมองที่แข็งแรง หมอแอมป์ได้ฝากแนวทางการสร้างสุขนิสัยการนอนหลับที่ดีทั้ง 10 ประการ ดังนี้
- นอนหลับให้เพียงพอ โดยวัยผู้ใหญ่ควรนอน 7-9 ชั่วโมงทุกคืน
- เข้านอนและตื่นนอนเวลาเดิม แม้ในวันหยุด และควรเข้านอนก่อน 22.00 น.
- สร้างสิ่งแวดล้อมสำหรับการนอนหลับที่ดี เช่น ลดเสียงและแสง ปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม
- ใช้เตียงสำหรับการนอนหลับเท่านั้น ไม่ใช้ทำงานหรือทำกิจกรรมอื่น
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายใกล้เวลานอน
- ตรวจสอบยาประจำตัว ว่าส่งผลต่อการนอนหลับหรือไม่ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน อย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนเข้านอน
- งดการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ เพราะลดคุณภาพการนอนหลับ
- หลีกเลี่ยงอาหารมื้อใหญ่หรือย่อยยาก อย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน
- ทำกิจกรรมที่ผ่อนคลายก่อนนอน เช่น ทำสมาธิ เพื่อลดความเครียด
หมอแอมป์สรุปว่า การนอนหลับที่เพียงพอและมีคุณภาพคือกุญแจสำคัญสู่สุขภาพสมองที่แข็งแรงในระยะยาว สอดคล้องกับแนวคิดวันนอนหลับโลกที่ว่า “Sleep Well, Live Better” ซึ่งไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่เป็นการลงทุนเพื่อชีวิตที่ดีกว่าในอนาคต



