เตือนภัยโรคอีสุกอีใสระบาดหนัก เด็กป่วยมาก ผู้ใหญ่เสี่ยงอาการรุนแรงและภาวะแทรกซ้อน
เตือนอีสุกอีใสระบาด เด็กป่วยมาก ผู้ใหญ่เสี่ยงรุนแรง

เตือนภัยโรคอีสุกอีใสระบาดหนัก เด็กป่วยมาก ผู้ใหญ่เสี่ยงอาการรุนแรงและภาวะแทรกซ้อน

จากรายงานข่าวสุขภาพล่าสุด เตือนให้ระวังโรคอีสุกอีใสที่กำลังระบาดในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในขณะที่ผู้ใหญ่มีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

สาเหตุและอาการของโรคอีสุกอีใส

โรคอีสุกอีใสหรือที่เรียกว่า Chickenpox/Varicella เกิดจากไวรัสวาริเซลลา ซึ่งเป็นเชื้อตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดงูสวัด ติดต่อผ่านการไอ จาม หายใจรดกัน หรือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย รวมถึงการใช้ของใช้ร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดตัวหรือผ้าห่ม

ระยะฟักตัวของโรคอยู่ที่ 10 ถึง 20 วัน โดยอาการเริ่มต้นมักมีไข้ต่ำ อ่อนเพลีย และเบื่ออาหารในเด็ก ส่วนผู้ใหญ่มักมีไข้สูงและปวดเมื่อยตามตัวคล้ายไข้หวัดใหญ่ ตามมาด้วยผื่นแดงราบที่พัฒนาเป็นตุ่มน้ำใสและมีอาการคัน ตุ่มเหล่านี้จะขึ้นเป็นระลอกไม่พร้อมกันทั่วร่างกาย ทำให้มีลักษณะทั้งตุ่มสุกและตุ่มใส ซึ่งเป็นที่มาของชื่อโรค

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความแตกต่างระหว่างเด็กและผู้ใหญ่

โรคนี้พบได้บ่อยในเด็กและมักมีอาการไม่รุนแรง แต่ในผู้ใหญ่ที่มักไม่เคยเป็นมาก่อน อาการอาจรุนแรงกว่าและเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนมากขึ้น โรคมักระบาดในช่วงปลายฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน แต่ก็สามารถพบได้ตลอดทั้งปี

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

ภาวะแทรกซ้อนพบได้น้อยในเด็ก แต่ในผู้ใหญ่อาจเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น เช่น

  • ตุ่มกลายเป็นหนองจากเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งอาจทำให้เกิดแผลเป็น
  • ปอดอักเสบแทรกซ้อน ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยพบในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก
  • สมองอักเสบ ซึ่งพบได้น้อยแต่ร้ายแรง

ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงมักเกิดในผู้ที่ใช้ยาลดภูมิต้านทาน เช่น สเตอรอยด์หรือยารักษามะเร็ง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การดูแลและป้องกัน

โรคอีสุกอีใสส่วนใหญ่หายได้เองภายใน 1 ถึง 3 สัปดาห์ โดยผู้ป่วยมักมีภูมิต้านทานตลอดชีวิตและไม่เป็นซ้ำอีก แต่มีโอกาสเป็นงูสวัดในภายหลังได้

คำแนะนำสำคัญสำหรับการดูแลผู้ป่วย:

  1. ไม่ควรใช้ยาสเตอรอยด์ทั้งยากินและยาทา เพราะอาจทำให้โรคลุกลาม
  2. แยกผู้ป่วยออกต่างหาก เนื่องจากระยะแพร่เชื้อติดต่อได้ตั้งแต่ 24 ชั่วโมงก่อนมีผื่นจนถึง 6 วันหลังผื่นขึ้น
  3. ควรให้ผู้ป่วยกินอาหารโปรตีนสูง เช่น เนื้อ นม ไข่ เพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทาน
  4. สำหรับเด็กที่เป็นโรค ควรตัดเล็บให้สั้นและหลีกเลี่ยงการเกาตุ่มคันเพื่อป้องกันแผลเป็น

ไม่มีของแสลงสำหรับโรคนี้ แต่การดูแลสุขอนามัยและโภชนาการที่เหมาะสมเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อฟื้นฟูสุขภาพอย่างรวดเร็ว