โรงพยาบาลราชวิถีเผยเกณฑ์เข้มสำหรับการผ่าตัดรักษาโรคอ้วน เน้นการประเมินและติดตามตลอดชีวิต
ในปัจจุบัน การผ่าตัดรักษาโรคอ้วนไม่ใช่เพียงเพื่อความสวยงามหรือลดน้ำหนักเท่านั้น แต่ถือเป็นการรักษาโรคเรื้อรังอย่างจริงจัง โดย โรงพยาบาลราชวิถี ได้ออกมาให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเกณฑ์และกระบวนการรักษา เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดของผู้ป่วย
เกณฑ์หลักสำหรับการเข้ารับการผ่าตัด
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากคลินิกโรคอ้วนครบวงจร หน่วยศัลยศาสตร์ผ่าตัดผ่านกล้อง ระบุว่า การพิจารณาผ่าตัดต้องอาศัย ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เป็นปัจจัยหลัก โดยแบ่งเกณฑ์ออกเป็น 2 กรณีหลัก:
- ผู้ที่มีค่า BMI มากกว่า 37.5 ขึ้นไป
- ผู้ที่มีค่า BMI มากกว่า 32.5 ร่วมกับโรคร่วมที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ไขมันพอกตับ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ
นอกจากนี้ ผู้ป่วยต้องผ่านการประเมินอย่างละเอียดโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ และต้องมีการติดตามการรักษาอย่างน้อย 6 เดือน หากไม่สามารถควบคุมน้ำหนักหรือโรคร่วมได้ จึงจะเข้าข้อบ่งชี้สำหรับการผ่าตัด
วิธีการผ่าตัดและผลลัพธ์ที่คาดหวัง
การผ่าตัดรักษาโรคอ้วนมีหลายวิธี เช่น การลดขนาดกระเพาะอาหารและการบายพาส ซึ่งช่วยปรับเปลี่ยนฮอร์โมนความหิวและความอิ่ม ทำให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารลดลงและน้ำหนักลดในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยต้องติดตามอาการตลอดชีวิต เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการขาดวิตามินและสารอาหารบางชนิด โดยเฉพาะวิตามินบี 12 รวมถึงอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดได้
ประเด็นภาวะซึมเศร้าหลังผ่าตัด
แพทย์ยืนยันว่า โดยทั่วไปการผ่าตัดไม่ได้ทำให้เกิดโรคซึมเศร้า งานวิจัยส่วนใหญ่พบว่าผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นร้อยละ 80-90 แต่มีประมาณร้อยละ 10-15 ที่อาการอาจแย่ลง ขึ้นอยู่กับปัจจัยส่วนบุคคล การติดตามรักษา และความคาดหวังหลังผ่าตัด
ลำดับขั้นการรักษาโรคอ้วน
- เริ่มจากการปรับพฤติกรรม ควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย ซึ่งมักลดน้ำหนักได้ร้อยละ 5-10 ใน 6 เดือน
- การใช้ยาฉีดควบคุมความอิ่ม เหมาะกับผู้มี BMI เกิน 27 ร่วมโรคร่วม หรือเกิน 30 ขึ้นไป โดยอาจลดน้ำหนักได้ร้อยละ 20 ภายใน 1 ปี
- การส่องกล้องใส่บอลลูนหรือเย็บกระเพาะ ลดน้ำหนักได้ร้อยละ 10-15 ใน 6-12 เดือน แต่มีโอกาสน้ำหนักกลับมาได้
แพทย์เน้นย้ำว่า การผ่าตัดให้ผลระยะยาวดีที่สุดและช่วยให้โรคร่วมหลายชนิดดีขึ้น แต่ไม่ใช่ทางลัด หากผู้ป่วยยังมีพฤติกรรมการกินไม่เหมาะสม น้ำหนักก็สามารถกลับมาเพิ่มได้ จึงต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบและดูแลต่อเนื่องกับทีมแพทย์
แนวโน้มการรักษาโรคอ้วนในปัจจุบัน
ปัจจุบัน แนวโน้มผู้ป่วยโรคอ้วนทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ความมั่นใจด้านความปลอดภัยของการผ่าตัดดีขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้แนวโน้มการรักษาด้วยการผ่าตัดเพิ่มขึ้นตามไปด้วย



