เตือนภัย! ไวรัสอะดีโนระบาดตลอดปี เด็กเล็กเสี่ยงอาการรุนแรง
ไวรัสอะดีโนระบาดตลอดปี เด็กเล็กเสี่ยงอาการรุนแรง

เตือนภัย! ไวรัสอะดีโนระบาดได้ตลอดทั้งปี เด็กเล็กเสี่ยงอาการรุนแรง

ไวรัสอะดีโน (Adenovirus) เป็นเชื้อไวรัสที่สามารถก่อให้เกิดโรคในหลายระบบของร่างกายมนุษย์ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า 3 เดือน ซึ่งอาจนำไปสู่อาการรุนแรงได้หากไม่ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที ข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการแพทย์ชี้ให้เห็นว่าไวรัสชนิดนี้สามารถแพร่ระบาดได้ตลอดทั้งปี ไม่สัมพันธ์กับฤดูกาลใดๆ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูงในทุกช่วงเวลา

อาการและความรุนแรงของไวรัสอะดีโน

อาการของการติดเชื้อไวรัสอะดีโนมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับระบบร่างกายที่ได้รับผลกระทบ โดยอาจเริ่มจากอาการเบื้องต้น เช่น เป็นไข้หวัด คออักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ ท้องเสีย หรือตาแดง ความรุนแรงของอาการมีตั้งแต่ระดับน้อยไปจนถึงรุนแรงมาก โดยพบอัตราการป่วยในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเด็กที่มีภาวะบกพร่องทางภูมิคุ้มกัน หรือมีโรคประจำตัวในระบบทางเดินหายใจหรือระบบหัวใจที่ผิดปกติ

สำหรับเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 3 เดือน หากมีอาการซึม ไม่ยอมดื่มน้ำหรือนม ผู้ปกครองควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันการลุกลามของโรคที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

วิธีการติดต่อและป้องกันไวรัสอะดีโน

การติดต่อของไวรัสอะดีโนสามารถเกิดขึ้นได้หลายวิธี ทั้งจากการแพร่กระจายทางฝอยละอองจากการไอหรือจาม การติดต่อทางอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค รวมถึงการสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส ซึ่งสามารถมีชีวิตอยู่บนพื้นผิวสิ่งแวดล้อมได้นานถึง 30 วัน

เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ควรปฏิบัติตามมาตรการดังต่อไปนี้:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจล
  • รักษาความสะอาดภายในบ้าน เช่น เช็ดโต๊ะ เก้าอี้ และของเล่นของเด็ก
  • หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในแหล่งชุมชนที่มีคนแออัด
  • สอนให้ปิดปากและจมูกด้วยผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษเมื่อไอหรือจาม

การตรวจวินิจัยและการรักษา

การตรวจหาเชื้อไวรัสอะดีโนทำได้โดยเก็บสารคัดหลั่งจากโพรงจมูก คอ หรือขี้ตา เพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ หรือตรวจหาเชื้อทางอุจจาระ ส่วนการรักษาจะเน้นไปที่การบรรเทาอาตามอาการ เช่น ให้เด็กพักผ่อนอย่างเพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ และให้ยาลดไข้เมื่อจำเป็น

ในกรณีที่อาการรุนแรง อาจต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยแพทย์อาจพิจารณาให้การรักษาเพิ่มเติม เช่น การให้น้ำเกลือ การพ่นยาขยายหลอดลม หรือการให้ออกซิเจน สำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง อาจมีการใช้ยาต้านเชื้อไวรัสร่วมด้วย

ข้อมูลจากโรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล (สุขุมวิท) แนะนำให้ผู้ปกครองตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันและเฝ้าระวังอาการในเด็กเล็ก เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัสอะดีโนที่อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพ