เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา นายสกลธี ภัททิยกุล ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชนไทย พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันเลิกสูบบุหรี่เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม
สถานการณ์น่าเป็นห่วง
นายสกลธี กล่าวว่า เยาวชนสามารถเข้าถึงบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้นอย่างน่าตกใจ พิษภัยของบุหรี่นั้นสะสมในร่างกาย ไม่ได้แสดงผลทันที แต่จะค่อยๆ ทำลายสุขภาพ และส่งผลรุนแรงเมื่อเข้าสู่วัยกลางคนหรือสูงอายุ พร้อมสนับสนุนการทำงานของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในการรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน ให้ตระหนักถึงอันตรายของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งบางคนมองว่าเป็นเรื่องทันสมัยหรือใช้เข้าสังคม แต่แท้จริงแล้วเป็นภัยต่อสุขภาพในระยะยาว
บุหรี่คือการตายผ่อนส่ง
นายสกลธี ย้ำว่า “บุหรี่คือการสะสมตายผ่อนส่ง” และยังส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างที่สูดควันบุหรี่มือสองโดยไม่รู้ตัว พร้อมชี้ว่าประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมบุหรี่ที่เพียงพอแล้ว แต่ปัญหาคือการบังคับใช้กฎหมายที่ยังไม่เข้มงวดและขาดความจริงจัง หน่วยงานภาครัฐและเจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการกวดขันและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังมากขึ้น ควบคู่กับการปรับปรุงข้อกฎหมายให้ทันต่อรูปแบบบุหรี่ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
วิกฤตสาธารณสุข
นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย รองประธานคณะกรรมาธิการสาธารณสุข วุฒิสภา กล่าวว่า ปัญหาบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้ากำลังกลายเป็นวิกฤตสาธารณสุข ผลการศึกษาล่าสุดพบว่าคนไทยอายุ 10 ปีขึ้นไป สูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึง 1.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านคนจากเมื่อ 5 ปีก่อนที่มีประมาณ 7 แสนคน โดยกว่า 73% เป็นผู้มีอายุต่ำกว่า 30 ปี และมีเด็กอายุ 10-19 ปี สูบบุหรี่ไฟฟ้าถึง 4 แสนคน อีกทั้งกว่า 51% เป็นนักสูบหน้าใหม่ในช่วงปีที่ผ่านมา
บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายกว่าบุหรี่ทั่วไป
นพ.วีระพันธ์ ย้ำว่าบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีข้อดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าที่อาจอันตรายกว่าบุหรี่ทั่วไป เพราะสามารถเติมสารเคมีที่ก่อโรคปอดและมะเร็งได้ พร้อมยืนยันว่าฝ่ายนิติบัญญัติสนับสนุนการควบคุมการนำเข้า การจำหน่าย และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนไทยจากภัยของนิโคติน
ปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย
นพ.วีระพันธ์ ระบุว่า ปัญหาสำคัญคือการบังคับใช้กฎหมายที่ยังไม่จริงจัง แม้จะมีข้อห้ามเกี่ยวกับการนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอยู่แล้ว พร้อมคัดค้านแนวคิดการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย และเสนอให้เพิ่มบทลงโทษให้รุนแรงขึ้น ขณะเดียวกันสนับสนุน สสส. และภาคีเครือข่ายในการรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่ให้เข้าถึงเยาวชนผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เช่น TikTok YouTube และ Facebook รวมถึงโรงเรียนต้องเข้มงวดไม่ให้มีแหล่งขายหรือแหล่งสูบใกล้สถานศึกษา
นิโคตินเป็นสารเสพติดอันตราย
นพ.วีระพันธ์ เตือนว่า นิโคตินเป็นสารเสพติดอันตราย ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และกระตุ้นสมองให้เกิดการเสพติด จึงอยากให้ทุกคนช่วยกันบอกต่อว่า “อย่าลอง” บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เพราะล้วนเป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งสิ้น
กิจกรรมรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับ สสส. และมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ จัดกิจกรรมสื่อสารรณรงค์เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “หยุดยั้งเยาวชนจากยาเสพติด # นิโคติน เสพติด จนตาย” ณ บริเวณชั้น 1 อาคารรัฐสภา โดยมีสมาชิกรัฐสภาร่วมกิจกรรม อาทิ นางการดี เลียวไพโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา ร่วมเขียนข้อความรณรงค์ชวนเชิญไม่สูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อกระตุ้นเตือนให้บุคลากรในวงงานรัฐสภา ประกอบด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐสภา สื่อมวลชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป ได้ตระหนักถึงพิษภัยอันตรายของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า โดยมุ่งเน้นให้เกิดความเข้าใจและตระหนักถึงโทษของผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกรูปแบบ โดยเฉพาะภัยร้ายจาก “นิโคติน” ซึ่งเป็นสารเสพติดรุนแรงที่นำไปสู่การใช้ยาเสพติดชนิดอื่น โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าที่มีการสูบเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากถูกออกแบบให้สูบง่ายและหาซื้อสะดวกผ่านช่องทางออนไลน์



