กรมควบคุมโรคเผยผู้เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกพุ่ง 5 รายในสัปดาห์เดียว
ไข้เลือดออกคร่าชีวิต 5 รายในสัปดาห์เดียว (30.03.2026)

กรมควบคุมโรคเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกพุ่งสูงในสัปดาห์เดียว

กรมควบคุมโรคได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในประเทศไทย โดยระบุว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้สูงถึง 5 รายในระยะเวลาเพียงสัปดาห์เดียว ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่ากังวลอย่างมากในช่วงฤดูฝนนี้

การแพร่ระบาดและพื้นที่เสี่ยง

โรคไข้เลือดออกเกิดจากเชื้อไวรัสเดงกีที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค โดยในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกชุกและอากาศชื้น ยุงลายจะสามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็วในแหล่งน้ำขังต่างๆ ทำให้อัตราการแพร่ระบาดเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

กรมควบคุมโรคได้เน้นย้ำว่า พื้นที่เสี่ยงหลัก ได้แก่ชุมชนแออัด สถานที่ที่มีการสะสมของน้ำขัง เช่น ยางรถยนต์เก่า กระถางดอกไม้ หรือภาชนะต่างๆ ที่อาจกักเก็บน้ำไว้ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายที่สำคัญ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คำแนะนำในการป้องกัน

เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ กรมควบคุมโรคได้ออกคำแนะนำแก่ประชาชนดังนี้

  • กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายโดยการปิดฝาภาชนะเก็บน้ำให้มิดชิด
  • เปลี่ยนน้ำในแจกันหรือภาชนะอื่นๆ เป็นประจำทุกสัปดาห์
  • ใช้สารเคมีหรือสมุนไพรในการไล่ยุง เช่น ตะไคร้หอมหรือน้ำมันหอมระเหย
  • สวมเสื้อผ้ามิดชิดและทายากันยุงเมื่อต้องอยู่ในพื้นที่เสี่ยง

นอกจากนี้ กรมยังแนะนำให้ประชาชนสังเกตอาการของโรคไข้เลือดออก ซึ่งรวมถึงมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว และอาจมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง หากมีอาการดังกล่าวควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

มาตรการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กรมควบคุมโรคได้ร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นและองค์กรภาคเอกชนในการดำเนินมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด เช่น การพ่นสารเคมีกำจัดยุงในพื้นที่เสี่ยง การรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนผ่านช่องทางต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

"การป้องกันโรคไข้เลือดออกต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน" เจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรคกล่าว พร้อมย้ำว่าการดูแลสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมส่วนบุคคลมีบทบาทสำคัญในการลดอัตราการป่วยและเสียชีวิตจากโรคนี้

ในขณะที่สถานการณ์ยังคงน่ากังวล กรมควบคุมโรคคาดว่าหากประชาชนให้ความร่วมมือในการป้องกันอย่างจริงจัง อัตราการแพร่ระบาดอาจลดลงได้ในอนาคตอันใกล้