ครบ 2 เดือนเต็ม 'สีดอหูพับ' ตาย กลุ่มเกษตรกรและสิ่งแวดล้อมทวงคืนความยุติธรรม หวั่นอาจจับช้างผิดตัว
เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ที่ศาลาการเปรียญวัดนายม บ้านหนองคา ตำบลในเมือง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น นายวชิร ศุภรมย์ เลขาธิการขบวนการเกษตรกรปฏิวัติ พร้อมด้วยนายเทอดรัฐ นาหัวนิล เลขานุการคณะทำงานกรณีสีดอหูพับ ของพรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย และนายเรืองฤทธิ์ กิ่งสีดา ประธานชมรมพิทักษ์สิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชนภูเวียงเก่า ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ช้างป่า 'สีดอหูพับ' ซึ่งครบรอบ 2 เดือนเต็มหลังการตาย โดยตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการจับช้างผิดตัว รวมถึงกระบวนการย้ายช้างมีข้อมูลไม่ตรงกับที่แถลงข่าวก่อนหน้านี้
ชาวบ้านเล่าประสบการณ์ตรง 'หูพับ' ไม่ดุร้าย แต่ปรับตัวอยู่ร่วมกัน
นายเรืองฤทธิ์ กิ่งสีดา เจ้าของที่ดินในบ้านโนนสูง ตำบลในเมือง อำเภอเวียงเก่า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สีดอหูพับเดินผ่านไปมา เปิดเผยว่า ตนพบเจอช้างตัวนี้ครั้งแรกในปี 2567 และไม่ได้รู้สึกถึงความรุนแรงหรือความดุร้ายใดๆ "หูพับเป็นช้างป่าที่มาตามธรรมชาติ ชาวบ้านทุกคนที่พบเห็นต่างคุ้นเคยและไม่เคยขับไล่ เวลามันเข้าไปในเถียงนา เราก็เพียงบอกให้มันออกไป ซึ่งมันก็ไปตามนั้น เป็นช้างนิสัยดี ไม่เคยทำร้ายใคร" เขากล่าว พร้อมย้ำว่าชาวบ้านในพื้นที่อำเภอเวียงเก่าและภูเวียงไม่มีใครไปฟ้องร้องเรื่องช้างทำลายทรัพย์สิน แต่ได้ยินข่าวว่ามีชาวอำเภอสีชมพูไปร้องเรียน ซึ่งตนและชาวบ้านอื่นๆ หลังทราบข่าวก็พูดคุยกันว่าไม่เห็นมีช้างป่าทำในลักษณะที่ถูกร้องเรียน เพราะสิ่งที่พบเห็นคือช้างเดินกินไปเรื่อยๆ ตามธรรมชาติ
หลังทราบข่าวการตายของหูพับ ชาวบ้านต่างเสียใจและตั้งข้อสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ฉีดยาอะไรจนทำให้ช้างตาย "หูพับเป็นสีสันให้คนในพื้นที่ เราเกิดความรักและไม่เคยทำร้ายมัน มันก็ไม่เคยทำร้ายเรา" นายเรืองฤทธิ์กล่าวเสริม พร้อมอธิบายว่าเหตุที่ช้างทำร้ายคนในบางครั้ง เป็นเพราะคนพยายามผลักดันช้างด้วยระเบิดปิงปองหรือปืน ทำให้ช้างเกิดอารมณ์ฉุนเฉียวเพื่อป้องกันตัว แต่เมื่อไม่มีใครกวน สักพักมันก็สงบลงและเดินหากินตามปกติ
กลุ่มเกษตรกรชี้กระบวนการย้ายช้างมีปัญหา เรียกร้องตรวจสอบ
นายวชิร ศุภรมย์ กล่าวว่า การแถลงข่าวครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่ต่อสู้เรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ช้างป่า 'หูพับ' ซึ่งเป็นสัตว์ป่าที่พูดรู้ความและชอบสานสัมพันธ์กับคน แต่ผู้มีอำนาจพยายามสื่อว่าเป็นช้างดุร้ายเกเร "เราต้องการแก้ไขข่าวที่คลาดเคลื่อนและขอความเป็นธรรมให้หูพับ ช้างที่พูดไม่ได้" เขากล่าว พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงหน่วยงานรัฐที่ทำไม่รอบคอบ ทำให้ชื่อสีดอหูพับไปอยู่ในคำสั่งศาล การจับช้างผิดตัว และกระบวนการย้ายช้างที่มีการยิงยาซึมห้าเข็ม
"จากข้อมูลที่ได้พบคนในเหตุการณ์ บอกว่าหูพับซึมตั้งแต่เข็มแรกที่ถูกยิงแล้ว ซึ่งสวนทางกับที่แถลงว่ายิงเข็มแรกแล้วช้างไม่ซึมจึงยิงซ้ำ" นายวชิรกล่าว พร้อมเรียกร้องให้มีการชี้แจงเรื่องขนาดช้างก่อนนำไปฝังว่า มีใครไปยุ่งหรือไม่ เพื่อความโปร่งใส
พรรคการเมืองเตรียมใช้บทบาทนิติบุคคลผลักดันคดี
นายเทอดรัฐ นาหัวนิล กล่าวว่า ผลกระทบหลังสีดอหูพับตายมีแน่นอน และในฐานะเลขานุการของพรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย จะใช้บทบาททางการเมืองซึ่งเป็นนิติบุคคลเข้าไปต่อสู้ให้ความเป็นธรรม "สัตว์ก็รักชีวิตเหมือนมนุษย์ เราต้องหาข้อพิสูจน์ว่าใครมีส่วนทำผิด เพื่อคืนความยุติธรรม โดยอาศัยพรรคการเมืองช่วยผลักดัน เพราะเกษตรกรอาจสู้ไม่ได้เต็มที่" เขากล่าว พร้อมย้ำว่าต้องการให้สัตว์ป่าทุกชนิดในประเทศไทยได้รับการคุ้มครองและความเป็นธรรมเช่นเดียวกับมนุษย์
การแถลงข่าวครั้งนี้สะท้อนถึงความสงสัยในกระบวนการยุติธรรมและเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีคล้ายกันในอนาคต และรักษาสิทธิของสัตว์ป่าอย่างแท้จริง



