สธ. เตือนภัย 'โรคฝีดาษลิง' ระบาดในไทย พบผู้ป่วยยืนยันแล้ว 2 ราย
สธ. เตือนภัยโรคฝีดาษลิงระบาดในไทย พบผู้ป่วย 2 ราย (01.04.2026)

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของ 'โรคฝีดาษลิง' ในประเทศไทย หลังจากพบผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันการติดเชื้อแล้วจำนวน 2 ราย โดยสถานการณ์นี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการเฝ้าระวังและควบคุมอย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อาการและความเสี่ยงของโรคฝีดาษลิง

โรคฝีดาษลิงเป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากไวรัสในกลุ่ม Orthopoxvirus ซึ่งมีอาการคล้ายคลึงกับโรคฝีดาษแต่มีความรุนแรงน้อยกว่า โดยอาการหลักที่พบได้แก่ ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และต่อมน้ำเหลืองโต ตามมาด้วยการเกิดผื่นหรือตุ่มน้ำบนผิวหนัง ซึ่งมักจะเริ่มจากใบหน้าแล้วลามไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย

การแพร่เชื้อส่วนใหญ่เกิดขึ้นผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย เช่น การสัมผัสสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ ผิวหนังที่มีแผล หรือวัตถุที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส ระยะฟักตัวของโรคนี้อยู่ที่ประมาณ 5 ถึง 21 วัน ทำให้การติดตามและกักกันผู้สัมผัสเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการแพร่กระจาย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มาตรการป้องกันและคำแนะนำจากสาธารณสุข

กระทรวงสาธารณสุขได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด โดยแนะนำให้ประชาชน หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ป่าที่อาจเป็นพาหะ เช่น ลิงหรือสัตว์ฟันแทะ รวมถึงการไม่บริโภคเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุกดี นอกจากนี้ ควรล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ และสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่แออัด

สำหรับผู้ที่มีอาการสงสัย เช่น มีไข้ร่วมกับผื่นขึ้น ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยทันทีที่โรงพยาบาล เพื่อรับการรักษาและป้องกันการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น ทางสธ. ยังได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินเพื่อประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นและระหว่างประเทศในการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สถานการณ์การระบาดในระดับโลกและผลกระทบต่อไทย

โรคฝีดาษลิงได้แพร่ระบาดในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในแอฟริกาและยุโรป ซึ่งการพบผู้ป่วยในไทยครั้งนี้สะท้อนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการเดินทางระหว่างประเทศและกิจกรรมทางสังคม ทางการได้เร่งดำเนินการสอบสวนโรคเพื่อหาต้นตอของการติดเชื้อและประเมินความเสี่ยงต่อชุมชน

ในขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านสุขภาพกำลังทำงานร่วมกับองค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อแบ่งปันข้อมูลและพัฒนายุทธศาสตร์การรับมือที่เหมาะสม โดยเน้นการสร้างความตระหนักรู้ในหมู่ประชาชนผ่านช่องทางสื่อต่างๆ เพื่อลดความตื่นตระหนกและส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่ปลอดภัย

สรุปได้ว่า การเฝ้าระวังและป้องกันโรคฝีดาษลิงในประเทศไทยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนเอง เพื่อลดโอกาสการแพร่ระบาดและปกป้องสุขภาพของคนในสังคมให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามทางสุขภาพนี้