ปลัด มท. สั่งการด่วน 17 จังหวัดภาคเหนือ ยกระดับมาตรการรับมือฝุ่น PM 2.5 อย่างเข้มข้น
วันนี้ (31 มีนาคม 2569) เวลา 00.05 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้เปิดเผยถึงความห่วงใยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต่อสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ที่ยังคงอยู่ในระดับสูงทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งประกอบด้วย กำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก นครสวรรค์ น่าน พะเยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน สุโขทัย อุตรดิตถ์ และอุทัยธานี โดยหลายจังหวัดมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างรุนแรง
ยกระดับ 4 มาตรการลดผลกระทบฝุ่น PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง
กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ได้พิจารณาและสั่งการให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด ยกระดับการดำเนินงานตามมาตรการเพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก รวม 4 แนวทาง อย่างจริงจังและต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ โดยมาตรการดังกล่าวมีดังนี้
- ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด: บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกมิติ
- บังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด: หากพบจุดความร้อน (Hotspot) ที่เกิดจากการกระทำของบุคคล ให้ใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นเพื่อป้องกันการลอบเผา
- ระดมทรัพยากรดับไฟป่า: ระดมบุคลากรและอุปกรณ์ทุกชนิดในการดับไฟป่า เพื่อลดความรุนแรงและทำให้สถานการณ์กลับสู่ปกติโดยเร็ว
- ประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: ระดมสรรพกำลังจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค และหากเกินกำลังของจังหวัด ให้ขอรับการสนับสนุนจากกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติทันที
รายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและช่องทางแจ้งเหตุ
ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด รายงานสถานการณ์และการดำเนินการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ให้กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติทราบผ่านกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (ปภ.) อย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย นอกจากนี้ หากประชาชนพบเห็นสถานการณ์ไฟป่า สามารถแจ้งสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะมีเจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุทันที เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและปกป้องสุขภาพของประชาชนจากผลกระทบของฝุ่นละอองและหมอกควัน



