กรมควบคุมโรคเผยผู้ป่วยไข้เลือดออกพุ่ง 1.5 หมื่นราย แนะวิธีป้องกัน
ผู้ป่วยไข้เลือดออกพุ่ง 1.5 หมื่นราย เตือนประชาชนระวัง (01.04.2026)

กรมควบคุมโรคเผยตัวเลขผู้ป่วยไข้เลือดออกพุ่งสูง 1.5 หมื่นรายในปีนี้

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในประเทศไทย โดยพบว่าจำนวนผู้ป่วยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยในปีนี้มีรายงานผู้ป่วยสะสมแล้วกว่า 15,000 ราย ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่งสัญญาณเตือนให้ประชาชนต้องเพิ่มความระมัดระวังและป้องกันตนเองจากโรคนี้อย่างจริงจัง

สาเหตุหลักและพื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง

จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค สาเหตุหลักของการระบาดของโรคไข้เลือดออกในครั้งนี้มาจากการแพร่พันธุ์ของยุงลายที่เป็นพาหะนำโรค โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกชุก ทำให้มีแหล่งน้ำขังเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการวางไข่ของยุงลาย พื้นที่เสี่ยงสูงส่วนใหญ่อยู่ในเขตชุมชนแออัดและพื้นที่ชนบทที่การจัดการสิ่งแวดล้อมยังไม่ดีพอ นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจมีส่วนทำให้การแพร่กระจายของโรคขยายวงกว้างมากขึ้น

กรมควบคุมโรคได้เน้นย้ำว่า โรคไข้เลือดออกสามารถป้องกันได้หากประชาชนร่วมมือกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้านและชุมชน โดยควรปิดฝาภาชนะเก็บน้ำ เปลี่ยนน้ำในแจกันดอกไม้ทุกสัปดาห์ และเก็บขยะไม่ให้มีน้ำขัง รวมถึงการใช้ยาทากันยุงและสวมใส่เสื้อผ้ามิดชิดเมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

อาการและแนวทางการรักษาที่สำคัญ

สำหรับอาการของโรคไข้เลือดออกนั้น มักเริ่มต้นด้วยไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว และอาจมีผื่นขึ้นตามผิวหนัง ในบางรายอาจมีอาการรุนแรงจนนำไปสู่ภาวะช็อกและเสียชีวิตได้ ดังนั้น กรมควบคุมโรคจึงแนะนำให้ประชาชนเฝ้าระวังอาการ หากมีไข้สูงเกิน 2 วัน ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ในด้านการรักษา ยังไม่มีวัคซีนเฉพาะสำหรับโรคไข้เลือดออก การรักษาจึงมุ่งเน้นไปที่การบรรเทาอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น การให้ยาลดไข้และเกลือแร่เพื่อป้องกันการขาดน้ำ กรมควบคุมโรคได้ประสานงานกับโรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุขทั่วประเทศเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับผู้ป่วยเพิ่มเติม

มาตรการเร่งด่วนและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

เพื่อควบคุมสถานการณ์การระบาด กรมควบคุมโรคได้เร่งดำเนินมาตรการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนผ่านช่องทางสื่อสารต่างๆ การจัดทีมลงพื้นที่เพื่อสำรวจและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และการเฝ้าระวังโรคอย่างใกล้ชิดในพื้นที่เสี่ยง นอกจากนี้ ยังได้ขอความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนให้ช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม

กรมควบคุมโรคย้ำว่า การป้องกันโรคไข้เลือดออกไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานรัฐเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนทุกคนในการดูแลตนเองและครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กและผู้สูงอายุ ที่อาจมีอาการรุนแรงหากติดเชื้อ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง เชื่อว่าสามารถลดจำนวนผู้ป่วยและควบคุมการระบาดได้ในอนาคต