นักศึกษาสาวรายหนึ่งตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ถูกหลอกให้โอนเงินรวมกว่า 120,000 บาท หลังจากคนร้ายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์และตำรวจ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา
กลโกงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ผู้เสียหายเปิดเผยว่าได้รับโทรศัพท์จากบุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ แจ้งว่ามีพัสดุต้องสงสัยส่งถึงชื่อของเธอ จากนั้นได้โอนสายให้กับบุคคลที่อ้างเป็นตำรวจ ซึ่งกล่าวหาว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดและฟอกเงิน คนร้ายข่มขู่ว่าจะดำเนินคดีหากไม่โอนเงินไปตรวจสอบ ผู้เสียหายด้วยความกลัวจึงได้โอนเงินผ่านตู้ ATM หลายครั้ง รวมมูลค่า 120,000 บาท
ผลกระทบต่อเหยื่อ
หลังจากรู้ตัวว่าถูกหลอก ผู้เสียหายรู้สึกเสียใจและเครียดอย่างมาก เนื่องจากเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินที่เก็บออมไว้เพื่อการศึกษาและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เธอได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
“ฉันไม่คิดว่าจะตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพราะเคยได้ยินข่าวอยู่บ่อยครั้ง แต่พอเจอกับตัวเองกลับไม่ทันระวัง” ผู้เสียหายกล่าว
แนวทางป้องกัน
ตำรวจแนะนำให้ประชาชนระมัดระวังการรับโทรศัพท์จากบุคคลที่ไม่รู้จัก โดยเฉพาะที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและข่มขู่ให้โอนเงิน หากได้รับโทรศัพท์ลักษณะดังกล่าว ให้วางสายทันทีและโทรสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง นอกจากนี้ ไม่ควรหลงเชื่อการโอนเงินเพื่อตรวจสอบ หรือการให้ข้อมูลส่วนตัวทางโทรศัพท์
ทั้งนี้ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงเป็นปัญหาสำคัญในสังคมไทย โดยมีผู้เสียหายจำนวนมากสูญเงินรวมหลายล้านบาทต่อปี ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนหาตัวคนร้ายเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย



