สภาผู้บริโภคได้ออกเอกสารข่าวอย่างเป็นทางการเพื่อชี้แจงและขยายความกรณีข่าวที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับเงินสำรองฉุกเฉินและสินค้าลดปริมาณ โดยเน้นย้ำว่าเจตนาหลักคือการแจ้งเตือนผู้บริโภคให้ตระหนักและตรวจสอบข้อมูล ไม่ใช่การสร้างความตื่นตระหนกหรือความกังวลใดๆ พร้อมยืนยันบทบาทในการผลักดันมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคและแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างจริงจัง
การชี้แจง 3 ประเด็นสำคัญจากสภาผู้บริโภค
ประเด็นที่หนึ่ง: สินค้าลดปริมาณและสาเหตุที่ต้องแจ้งเตือน
สภาผู้บริโภคเปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบตลาดสดในกรุงเทพมหานคร พบว่าสินค้าอุปโภคบริโภคบางประเภทเริ่มมีปริมาณในบรรจุภัณฑ์ลดลงอย่างชัดเจน ในขณะที่ราคายังคงเท่าเดิม นี่เป็นสัญญาณที่ผู้ประกอบการมักใช้รับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ปรับราคาโดยตรง ซึ่งในครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
การแจ้งเตือนครั้งนี้มีเจตนาให้ผู้บริโภคตรวจสอบปริมาณสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ และใช้สิทธิของตนในการร้องเรียนหากพบการเอาเปรียบ ขณะเดียวกัน สภาผู้บริโภคอยู่ระหว่างจัดทำข้อเสนอถึงกระทรวงพาณิชย์เพื่อผลักดันมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคในระยะต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม
ประเด็นที่สอง: คำแนะนำเรื่องเงินสำรองฉุกเฉินและความเข้าใจที่ถูกต้อง
สภาผู้บริโภคตระหนักดีว่าประชาชนจำนวนมากกำลังเผชิญค่าครองชีพสูงและมีภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ทำให้การมีเงินสำรองไม่ใช่เรื่องง่ายในสถานการณ์ปัจจุบัน คำแนะนำเรื่องการมีเงินสำรอง 3-6 เดือนเป็นเพียงแนวทางด้านการวางแผนการเงินที่ใช้กันทั่วไป เพื่อช่วยลดความเสี่ยงเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด ไม่ได้หมายความว่าประชาชนทุกคนจะต้องทำได้ทันที
ในขณะเดียวกัน สภาผู้บริโภคย้ำว่าการแก้ปัญหาค่าครองชีพไม่สามารถให้ประชาชนรับภาระเพียงลำพัง จึงเดินหน้าผลักดันมาตรการเชิงนโยบายเพื่อควบคุมค่าครองชีพและคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
ประเด็นที่สาม: มาตรการและบทบาทของสภาผู้บริโภคในการคุ้มครองผู้บริโภค
สภาผู้บริโภคขอยืนยันว่า ที่ผ่านมาได้มีข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้านพลังงานและหนี้ครัวเรือน มาตรการสำคัญที่กำลังผลักดัน ได้แก่:
- การทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมันทั้งระบบโดยยกเลิกการอ้างอิงราคาจากตลาดสิงคโปร์และปรับกลไกราคาตามต้นทุนการกลั่นในประเทศ
- การปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเพื่อลดภาระค่าครองชีพโดยตรงแทนการพึ่งพากลไกกองทุนน้ำมันเพียงอย่างเดียว
- การระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปชั่วคราวในช่วงวิกฤตเพื่อให้มีปริมาณเพียงพอสำหรับการใช้ภายในประเทศ
- การจัดลำดับความสำคัญให้ครัวเรือนไทยได้ใช้ก๊าซจากอ่าวไทยในราคาต้นทุนที่แท้จริงก่อนภาคส่วนอื่น
นอกจากด้านพลังงานแล้ว สภาผู้บริโภคยังเดินหน้าผลักดันการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างจริงจัง โดยเตรียมเสนอให้รัฐบาลออกกฎหมายควบคุมหนี้ที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะหนี้ไม่มีหลักประกันที่คิดดอกเบี้ยสูงจนทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากติดกับดักหนี้ระยะยาว
จากข้อมูลปี 2568 สัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยต่อจีดีพีอยู่ที่ 86.3% เฉลี่ยประมาณ 740,000 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน สภาผู้บริโภคเห็นว่าการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืนต้องควบคู่กับการกำหนดเพดานภาระหนี้รวมที่เป็นธรรม การเพิ่มรายได้กลุ่มเกษตรกรและแรงงานนอกระบบ และการส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
บทบาทและช่องทางมีส่วนร่วมของผู้บริโภค
สภาผู้บริโภคเป็นองค์กรอิสระที่จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.การจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ. 2562 มีหน้าที่เฝ้าระวัง ตรวจสอบ เตือนภัย และผลักดันนโยบายเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคโดยตรง โดยไม่ได้ทำงานเพื่อภาครัฐหรือภาคธุรกิจ แต่ทำงานเพื่อประชาชนผู้บริโภคทุกคน
ผู้บริโภคสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้โดยตรง ทั้งการแจ้งเบาะแส ร้องเรียน และติดตามความคืบหน้าของประเด็นที่สภาผู้บริโภคกำลังผลักดัน เพราะทุกเสียงของผู้บริโภคคือข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้การทำงานเชิงนโยบายมีน้ำหนักและตรงจุดมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคที่พบสินค้าลดปริมาณหรือราคาสูงผิดปกติ สามารถแจ้งร้องเรียนมายังสภาผู้บริโภคได้ผ่านทุกช่องทาง เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ



