รัฐมนตรีสันติ ลงพื้นที่ตรวจร้านทองเยาวราช ย้ำฉลากต้องชัดเจน ป้องกันเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค
สันติ ตรวจร้านทองเยาวราช ย้ำฉลากต้องชัด ป้องกันเอารัดเอาเปรียบ

รัฐมนตรีสันติ ลงพื้นที่ตรวจร้านทองเยาวราช ย้ำฉลากต้องชัดเจน ป้องกันเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค

วันนี้ (10 มีนาคม 2569) นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมด้วยนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. และคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจค้าทองคำในย่านเยาวราช ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตและจำหน่ายทองรูปพรรณของประเทศไทย การตรวจสอบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเฝ้าระวังการเอารัดเอาเปรียบประชาชน ภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ที่ส่งผลให้ราคาทองคำในตลาดโลกผันผวนอย่างรุนแรง

เน้นย้ำความสำคัญของฉลากสินค้าที่ถูกต้องครบถ้วน

จากการตรวจสอบเชิงรุก พบว่าผู้ประกอบธุรกิจส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และมีการจัดทำฉลากสินค้าที่ถูกต้องตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก โดยฉลากต้องระบุข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับทองรูปพรรณอย่างละเอียด ดังนี้

  • ชื่อประเภทหรือชนิดของทองรูปพรรณ
  • ชื่อและสถานที่ประกอบการ หรือเครื่องหมายการค้าของผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย
  • ปริมาณความบริสุทธิ์ โดยระบุเป็นกะรัตหรือเปอร์เซ็นต์ (เช่น K หรือ %)
  • น้ำหนักทองรูปพรรณ โดยระบุเป็นกรัม (g หรือ ก.)
  • ราคา ที่ต้องระบุเป็นเงินสกุลไทย พร้อมระบุราคาการรับซื้อคืนทองรูปพรรณขั้นต่ำ ตามที่สมาคมค้าทองคำประกาศอย่างชัดเจน

นายสันติ ปิยะทัต กล่าวย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างจริงจัง โดยเฉพาะสินค้ามูลค่าสูงอย่างทองคำ การมีฉลากที่ระบุความบริสุทธิ์ น้ำหนัก และราคาอย่างชัดเจน ถือเป็นมาตรการด่านแรกที่ช่วยให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลครบถ้วนและตัดสินใจซื้อขายได้อย่างมั่นใจ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

บทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนกฎหมายฉลาก

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. ได้เน้นย้ำถึงบทลงโทษสำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยฉลาก หากขายสินค้าควบคุมฉลากโดยไม่แสดงฉลาก หรือแสดงฉลากไม่ถูกต้องตามกฎหมายกำหนด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในกรณีที่เป็นการกระทำของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ สคบ. ได้แนะนำผู้บริโภคให้ตรวจสอบข้อมูลสำคัญก่อนเลือกซื้อทองรูปพรรณ ได้แก่ ราคาขาย ป้ายบอกประเภทสินค้า ข้อความแสดงปริมาณความบริสุทธิ์ ชื่อและสถานที่ประกอบการ และน้ำหนักของทองรูปพรรณให้ชัดเจน สำหรับผู้บริโภคที่ถูกเอารัดเอาเปรียบหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166

สร้างมาตรฐานความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในธุรกิจทองคำ

การตรวจสอบในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเฝ้าระวังการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานความโปร่งใสทางเศรษฐกิจ ยกระดับความน่าเชื่อถือของธุรกิจค้าทองคำไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการในระยะยาว ในสถานการณ์ที่ราคาทองคำผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ การมีกลไกการคุ้มครองที่เข้มแข็งจะช่วยลดความเสี่ยงและส่งเสริมการซื้อขายที่เป็นธรรม

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ราคาทองคำในตลาดยังคงมีความผันผวน โดยล่าสุดราคาทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่ 78,400 บาท ส่วนทองแท่งร่วงเหลือ 77,500 บาท สะท้อนถึงความอ่อนไหวของตลาดต่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความชินชาของนักลงทุน การตรวจสอบของรัฐบาลจึงเป็นมาตรการสำคัญในการปกป้องผู้บริโภคจากผลกระทบดังกล่าว