ตร.ปคบ.ร่วม อย.บุกจับเครือข่ายลักลอบนำเข้า-ขาย 'เปปไทด์' ออนไลน์ ยึดของกลางเกือบ 2 แสนชิ้น
เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ดำเนินการบุกตรวจค้นและจับกุมผู้ลักลอบนำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ "เปปไทด์" ทางออนไลน์อย่างผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 โดยยึดของกลางได้เกือบ 200,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 18 ล้านบาท
ผลการตรวจค้น 3 จุดในพื้นที่กรุงเทพฯ นครปฐม และราชบุรี
การปฏิบัติการในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการสืบสวนขยายผลร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ อย. และตำรวจปคบ. โดยได้เข้าตรวจค้นแหล่งจำหน่ายรวม 3 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนครปฐม และจังหวัดราชบุรี พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการ ปคบ. เปิดเผยว่า ผลการตรวจค้นพบผลิตภัณฑ์เปปไทด์จำนวนมาก ซึ่งมีการอวดอ้างสรรพคุณหลอกลวงผู้บริโภคว่าสามารถควบคุมน้ำหนัก เผาผลาญไขมัน ช่วยให้ผิวสวยใส และมีออร่า
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบว่า ยาเหล่านี้ถูกลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน และผู้ต้องหาได้ผสมตัวยาเพื่อวางจำหน่ายโดยปราศจากความรู้ทางเภสัชกรรมที่เหมาะสม ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อผู้บริโภค
ใช้รหัสลับ 'ดินสอสี' ขายในกลุ่มไลน์สมาชิกกว่า 2,000 คน
การสืบสวนยังพบว่า ผู้ต้องหาใช้ช่องทางออนไลน์ในการลักลอบขายเปปไทด์ โดยเฉพาะในกลุ่มโอเพ่นแชตบนแพลตฟอร์มไลน์ ที่มีสมาชิกมากกว่า 2,000 คน โดยใช้รหัสลับ "ดินสอสี" เพื่ออ้างถึงผลิตภัณฑ์เปปไทด์ ซึ่งเป็นการหลบเลี่ยงการตรวจจับจากเจ้าหน้าที่
ภายในกลุ่มดังกล่าว มีหน้าม้าคอยให้ข้อมูลแนะนำวิธีการใช้และจูงใจให้ผู้ซื้อเชื่อมั่นในสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ โดยขายในราคาถูกเพื่อดึงดูดความสนใจ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
อย.เตือนใช้เปปไทด์เองเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต
ด้าน ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เน้นย้ำว่า เปปไทด์เป็นกลุ่มยาควบคุมพิเศษที่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอน การซื้อขายเปปไทด์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์นอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว การใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ด้วยตนเองยังเสี่ยงต่ออันตรายถึงชีวิตได้
เลขาธิการ อย. กล่าวเพิ่มเติมว่า กระแสความนิยมในช่วงนี้ทำให้มีการลักลอบจำหน่ายผิดกฎหมายเพิ่มขึ้น โดยใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อขายในราคาถูกและจูงใจผู้บริโภค ซึ่ง อย. ได้มีมาตรการป้องกันหลายประการ เช่น
- ประสานงานกับเจ้าของแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อควบคุมการโฆษณาขายผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฎหมาย
- ขอความร่วมมือจากบริษัทนำเข้าให้สร้างรหัสพิเศษสำหรับสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจสอบ
- ดำเนินการสืบสวน กวาดล้าง และจับกุมร่วมกับตำรวจอย่างต่อเนื่อง
การดำเนินการในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างหน่วยงานภาครัฐในการปราบปรามการกระทำความผิดที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค และเตือนสติประชาชนให้ระมัดระวังการซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพทางออนไลน์โดยปราศจากความเชื่อมั่นในแหล่งที่มา



