สภาผู้บริโภค เร่ง อย. คุมเข้มสารกันบูดในแฮม ไส้กรอก หมูสวรรค์
สภาผู้บริโภค เร่ง อย. คุมเข้มสารกันบูดในเนื้อสัตว์แปรรูป

สภาผู้บริโภค เร่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) คุมเข้มเนื้อสัตว์แปรรูป บังคับแสดงข้อมูลสารกันบูดบนฉลากอย่างชัดเจน พร้อมติดตามผลิตภัณฑ์ในท้องตลาด หากพบผิดมาตรฐานให้ดำเนินคดีจริงจัง หลังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พบสารตกค้างเกินมาตรฐานต่อเนื่องในรอบ 3 ปี

ผลตรวจพบสารกันบูดเกินมาตรฐาน

ไส้กรอก แฮม หมูสวรรค์ อาหารยอดฮิตกำลังถูกตั้งคำถามเรื่องความปลอดภัย หลังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เปิดผลเฝ้าระวังเนื้อสัตว์แปรรูปย้อนหลัง 3 ปี (พ.ศ. 2567 – 2569) พบปนเปื้อนสารกันเสียกลุ่ม “ไนเทรต – ไนไทรต์” หลายผลิตภัณฑ์ โดยบางตัวอย่างมีปริมาณสูงเกินมาตรฐาน และในกลุ่มเนื้อสัตว์ปรุงสำเร็จพร้อมทาน ยังพบไนไทรต์สูงถึง 3,880 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม สูงกว่ากฎหมายกำหนดเกือบ 50 เท่า ทำให้ผู้บริโภคเสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดออกซิเจนเฉียบพลัน และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก

ข้อเรียกร้องของสภาผู้บริโภค

ด้านสภาผู้บริโภคเรียกร้องให้ อย. เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ พร้อมบังคับให้ผู้ประกอบการเปิดเผยข้อมูลวัตถุกันเสียบนฉลากอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภคประเมินความเสี่ยงได้ง่ายขึ้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลทดสอบสารกันบูดในเนื้อสัตว์แปรรูป

ภก.ภาณุโชติ ทองยัง ประธานอนุกรรมการด้านอาหารยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ สภาผู้บริโภค กล่าวว่า ข้อมูลของกรมวิทย์ฯ สอดคล้องกับการเฝ้าระวังของสภาผู้บริโภค เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ร่วมกับนิตยสารฉลาดซื้อ และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แถลงข่าวเฝ้าระวังสินค้าผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป จากการสุ่มเก็บตัวอย่างหมูสวรรค์และเนื้อสวรรค์ รวม 20 ตัวอย่าง จากร้านค้าออนไลน์และค้าปลีก เพื่อทดสอบวัตถุกันเสีย 4 ชนิด ได้แก่ กรดเบนโซอิก, กรดซอร์บิก, ไนเทรต, และไนไทรต์ ผลการทดสอบพบว่า มีผลิตภัณฑ์ถึง 16 ตัวอย่าง หรือคิดเป็นร้อยละ 80 ที่ตรวจพบวัตถุกันเสีย และบางตัวอย่างมีปริมาณที่สูงมากเช่นกัน

ข้อมูลที่ตรงกันทั้งจากหน่วยงานรัฐและภาคประชาชน สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาการใช้วัตถุกันเสียในเนื้อสัตว์แปรรูปต้องได้รับการกำกับดูแลอย่างจริงจัง เพราะการตรวจพบดังกล่าวไม่ได้เกิดแค่ในช่วงปีนี้ แต่มีการตรวจพบเป็นระยะต่อเนื่องมาหลายปี

ขณะเดียวกัน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ควรมีการเปิดเผยชื่อผลิตภัณฑ์ที่ผิดมาตรฐาน เพื่อให้ประชาชนทราบ และให้ อย. ติดตามมาดำเนินคดีด้วย

ข้อเสนอให้ปรับปรุงฉลากอาหาร

สภาผู้บริโภคขอให้ อย. เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังและตรวจสอบผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการบังคับใช้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ ที่กำหนดให้ผู้ผลิตต้องเปิดเผยข้อมูลวัตถุเจือปนอาหารอย่างชัดเจน เสนอระบุชื่อสารกันเสียคู่กับรหัส INS No.

ภก.ภาณุโชติ กล่าวอีกว่า ฉลากอาหารคือข้อมูลสำคัญที่ผู้บริโภคใช้ตัดสินใจก่อนซื้อและก่อนบริโภคเข้าสู่ร่างกาย จึงไม่ควรใช้เพียงรหัสมาตรฐานสากลสำหรับวัตถุเจือปนในอาหาร หรือที่เรียกว่า รหัส INS No. ซึ่งประชาชนทั่วไปไม่รู้ว่าสารนั้นคืออะไร แต่ควรระบุชื่อวัตถุกันเสียโดยตรง เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ หากผลิตภัณฑ์ใด “ไม่ใส่วัตถุกันเสีย” ก็ควรระบุข้อความดังกล่าวบนฉลากอย่างชัดเจน เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ

การเรียกคืนสินค้าและดำเนินคดี

อย. ควรมีกระบวนการเรียกคืนสินค้าอาหารที่ไม่ปลอดภัย ออกจากท้องตลาดอย่างเป็นระบบและทันท่วงที โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ตรวจพบปริมาณสารตกค้างเกินเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อระงับความเสี่ยงและปกป้องผู้บริโภคไม่ให้เข้าถึงสินค้าอันตรายเหล่านั้น และให้ดำเนินคดีต่อผู้ประกอบการอย่างจริงจัง

ผลกระทบต่อสุขภาพ

แม้สารไนเทรตและไนไทรต์จะถูกใช้ในอุตสาหกรรมอาหารเพื่อช่วยถนอมอาหาร รักษาสีของเนื้อสัตว์ และยับยั้งแบคทีเรียบางชนิด แต่หากได้รับสะสมในร่างกายเป็นเวลานาน หรือถูกนำไปผ่านความร้อนสูง เช่น ปิ้ง ย่าง หรือทอดจนไหม้เกรียม อาจเปลี่ยนเป็น “ไนโตรซามีน” ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งได้

คำแนะนำสำหรับผู้บริโภค

สภาผู้บริโภคขอแนะนำให้ประชาชนปรับพฤติกรรมการบริโภค โดยหลีกเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์แปรรูปในปริมาณมากหรือบ่อยเกินไป และสังเกตลักษณะของอาหาร หากมีสีแดงสดผิดธรรมชาติก็ควรระมัดระวัง นอกจากนี้ ก่อนเลือกซื้อทุกครั้งควรตรวจสอบฉลากอาหารอย่างละเอียด ทั้งชื่อผู้ผลิต เลข อย. วันผลิต วันหมดอายุ รวมถึงข้อความระบุการใช้วัตถุกันเสีย เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้