ผ้าอนามัยฟรี! รมว.คลังสั่งหักภาษีรายจ่าย ลดภาระผู้หญิงไทย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เปิดเผยว่า ได้ลงนามในประกาศอธิบดีกรมสรรพากร กำหนดให้ค่าซื้อผ้าอนามัยสำหรับผู้หญิงเป็นรายจ่ายที่สามารถนำมาหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา โดยมีผลสำหรับภาษีที่ยื่นในปี 2566 เป็นต้นไป
การกำหนดให้ผ้าอนามัยเป็นรายจ่ายที่หักภาษีได้นั้น ถือเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้หญิงไทย เนื่องจากผ้าอนามัยเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานที่ผู้หญิงต้องใช้เป็นประจำทุกเดือน แต่ที่ผ่านมายังไม่ได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐเท่าที่ควร การหักลดหย่อนภาษีนี้จะช่วยให้ผู้หญิงมีเงินเหลือใช้จ่ายมากขึ้น และยังเป็นการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศอีกด้วย
รายละเอียดการหักลดหย่อน
ผู้มีเงินได้ที่ซื้อผ้าอนามัยสามารถนำค่าซื้อดังกล่าวมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี โดยต้องมีหลักฐานการซื้อ เช่น ใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ทั้งนี้ การหักลดหย่อนนี้ไม่รวมถึงค่าซื้อผ้าอนามัยชนิดอื่น เช่น ผ้าอนามัยแบบสอด หรือแผ่นรองซับ
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างการศึกษามาตรการอื่นๆ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้หญิงเพิ่มเติม เช่น การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับผ้าอนามัย ซึ่งคาดว่าจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาในเร็วๆ นี้
ปฏิกิริยาจากสังคม
มาตรการดังกล่าวได้รับเสียงตอบรับในเชิงบวกจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะกลุ่มสตรีและองค์กรด้านสิทธิสตรี ที่มองว่ารัฐบาลเริ่มให้ความสำคัญกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเพศมากขึ้น อย่างไรก็ตาม บางฝ่ายยังคงตั้งข้อสังเกตว่าการหักลดหย่อนภาษีอาจไม่ครอบคลุมถึงผู้หญิงที่ไม่มีรายได้หรือมีรายได้น้อย ซึ่งไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว จึงควรมีมาตรการอื่นเสริม เช่น การแจกผ้าอนามัยฟรีในโรงเรียนหรือสถานที่ราชการ
ทั้งนี้ ผู้หญิงไทยที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยื่นภาษีและการหักลดหย่อนได้ที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร หรือสอบถามที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ใกล้บ้าน



