ผู้บริโภคที่ชื่นชอบการช้อปปิ้งออนไลน์ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากพบมิจฉาชีพใช้กลโกงรูปแบบใหม่ในการหลอกลวงเหยื่อ โดยเฉพาะการหลอกให้โอนเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคารหลังจากที่เหยื่อตกลงซื้อสินค้า แต่สุดท้ายกลับไม่ได้รับสินค้าตามที่ตกลงกันไว้
กลโกงที่ต้องระวัง
มิจฉาชีพมักจะสร้างโปรไฟล์ปลอมหรือใช้บัญชีผู้ใช้ที่ถูกแฮ็กมาเพื่อโพสต์ขายสินค้าในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด เพื่อดึงดูดความสนใจของเหยื่อ เมื่อเหยื่อสนใจและติดต่อสอบถาม มิจฉาชีพจะเร่งเร้าให้ตัดสินใจซื้อและโอนเงินโดยเร็ว โดยอ้างว่าสินค้ามีจำนวนจำกัดหรือกำลังเป็นที่ต้องการสูง
วิธีการหลอกลวง
เมื่อเหยื่อตกลงซื้อสินค้า มิจฉาชีพจะส่งลิงก์หรือ QR Code สำหรับให้เหยื่อโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือ โดยอาจอ้างว่าเป็นระบบชำระเงินที่ปลอดภัยหรือเป็นของร้านค้าโดยตรง แต่ในความเป็นจริงลิงก์หรือ QR Code ดังกล่าวเป็นของบัญชีของมิจฉาชีพเอง เมื่อเหยื่อโอนเงินไปแล้ว มิจฉาชีพจะตัดการติดต่อทันที ทำให้เหยื่อไม่สามารถติดตามทวงถามหรือรับสินค้าได้
ผลกระทบต่อผู้บริโภค
การตกเป็นเหยื่อของกลโกงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคทั้งในด้านการเงินและจิตใจ ผู้เสียหายหลายรายสูญเสียเงินจำนวนมาก บางรายเป็นเงินออมหรือเงินที่ตั้งใจไว้ใช้จ่ายจำเป็น นอกจากนี้ยังสร้างความหวาดระแวงในการซื้อสินค้าออนไลน์ ทำให้ผู้บริโภคบางรายเลิกใช้บริการช้อปปิ้งออนไลน์ไปเลย
แนวทางป้องกัน
- ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของร้านค้าหรือผู้ขายก่อนตัดสินใจซื้อ ควรดูประวัติการขาย รีวิวจากลูกค้าคนอื่น และระยะเวลาที่เปิดร้าน
- หลีกเลี่ยงการโอนเงินผ่านลิงก์หรือ QR Code ที่ไม่น่าเชื่อถือ ควรใช้ระบบชำระเงินของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่มีระบบคุ้มครองผู้ซื้อ
- ไม่ควรหลงเชื่อข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง เช่น ราคาถูกมากหรือโปรโมชั่นพิเศษที่กดดันให้ตัดสินใจเร็ว
- หากจำเป็นต้องโอนเงิน ควรตรวจสอบชื่อบัญชีผู้รับว่าตรงกับชื่อร้านค้าหรือไม่ และควรบันทึกหลักฐานการโอนเงินไว้
คำแนะนำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ออกมาเตือนภัยประชาชนให้ระมัดระวังกลโกงรูปแบบนี้ พร้อมแนะนำให้ผู้เสียหายรีบแจ้งความที่สถานีตำรวจใกล้บ้านหรือแจ้งผ่านสายด่วน 191 และ 1441 เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการติดตามเงินและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ผู้บริโภคศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อขายออนไลน์อย่างปลอดภัยจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) หรือศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ (OCC) เพื่อเพิ่มความรู้และป้องกันตนเองจากกลโกงทุกรูปแบบ



