หลายคนคงเคยได้ยินคำแนะนำที่ว่า ควรเติมน้ำมันในตอนเช้าตรู่หรือช่วงกลางคืนที่อากาศเย็น เพราะเชื่อว่าน้ำมันจะมีความหนาแน่นสูง ทำให้ได้ปริมาณมากกว่า แต่ความจริงแล้วเป็นเช่นไร มาหาคำตอบกัน
ความเชื่อเรื่องการเติมน้ำมันตอนเช้า
ความเชื่อนี้มีพื้นฐานมาจากหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ว่า ของเหลวจะหดตัวเมื่อเย็นและขยายตัวเมื่อร้อน ดังนั้นหากเติมน้ำมันในช่วงที่อุณหภูมิต่ำ น้ำมันจะมีความหนาแน่นมากกว่า ส่งผลให้ได้ปริมาณที่มากกว่าเมื่อเทียบกับการเติมในตอนกลางวันที่อากาศร้อน อย่างไรก็ตาม ในบริบทของสถานีบริการน้ำมัน ปัจจัยนี้กลับไม่มีผลอย่างที่คิด
ทำไมอุณหภูมิภายนอกถึงไม่ส่งผลต่อปริมาณน้ำมัน?
ถึงแม้หลักการเรื่องการขยายตัวของของเหลวตามอุณหภูมิจะเป็นความจริง แต่สำหรับสถานีบริการน้ำมันนั้น ถังบรรจุน้ำมันขนาดใหญ่ถูกฝังไว้ใต้ดินลึก สภาพแวดล้อมใต้ผิวดินทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อน ทำให้น้ำมันในถังมีอุณหภูมิคงที่ตลอดทั้งวัน ไม่ได้รับผลกระทบจากแสงแดดหรือสภาพอากาศภายนอก ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเติมน้ำมันตอนเช้า กลางวัน หรือกลางคืน ความหนาแน่นของน้ำมันที่ถูกสูบออกมาจึงแทบไม่แตกต่างกัน ปริมาณที่ได้รับจึงเท่ากัน
3 เทคนิคเติมน้ำมันและการขับขี่เพื่อความประหยัดที่แท้จริง
แม้ช่วงเวลาในการเติมน้ำมันจะไม่มีผลต่อปริมาณ แต่พฤติกรรมการใช้รถกลับมีผลโดยตรงต่อความประหยัด ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้
- หลีกเลี่ยงการปล่อยให้น้ำมันเกลี้ยงถัง ไม่ควรปล่อยให้น้ำมันเหลือน้อยจนขีดแดงหรือไฟเตือนโชว์บ่อย เพราะจะทำให้ปั๊มเชื้อเพลิงทำงานหนักและเสี่ยงเสียหาย รวมถึงพื้นที่ว่างในถังมากเกินไปทำให้น้ำมันระเหยง่ายขึ้น ควรเติมเมื่อเกจ์ชี้ที่ระดับ 1/4 ของถัง
- ตรวจเช็กลมยางอย่างสม่ำเสมอ ลมยางที่อ่อนเกินไปเพิ่มแรงเสียดทาน ทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักและสิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น ควรเติมลมยางตามมาตรฐานที่ระบุในคู่มือรถ
- ติดตามราคาและโปรโมชันบัตรเครดิต ปัจจัยสำคัญที่สุดคือราคาหน้าปั๊ม ควรติดตามข่าวสารการปรับราคาน้ำมัน และเลือกใช้บัตรเครดิตหรือบัตรสมาชิกที่มีโปรโมชันสะสมคะแนน ส่วนลด หรือ Cashback เพื่อลดค่าใช้จ่ายโดยตรง
สรุปแล้ว การเลือกเวลาเติมน้ำมันไม่ได้ช่วยให้คุณประหยัดมากขึ้น เพราะระบบถังใต้ดินควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือการติดตามราคาและปรับพฤติกรรมการขับขี่เพื่อประหยัดอย่างยั่งยืน



