กกต. ให้ปากคำเพิ่มเติมปมแจ้งจับประชาชน 6 คน ตำรวจยันยังไม่แจ้งข้อหาใคร
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต. สัมพันธ์ แสงดำเลิศ ผู้อำนวยการ กกต.กรุงเทพมหานคร ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมตามการมอบอำนาจจาก กกต. ในคดีแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลรวม 6 คน
ปมเหตุวุ่นวายระหว่างการเลือกตั้งใหม่เขตคันนายาว
การแจ้งความดังกล่าวเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ความวุ่นวายระหว่างการลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ในพื้นที่เขตคันนายาว เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยทาง กกต. ได้แจ้งข้อหาหนักหลายกระทง ประกอบด้วย:
- ความผิดตาม พ.ร.ป. ว่าด้วย กกต. พ.ศ. 2560 มาตรา 66 วรรคสอง
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (ยุยงปลุกปั่น)
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 (อั้งยี่)
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 322
- พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14
อย่างไรก็ตาม นายครรชิตไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ ต่อสื่อมวลชน โดยรีบเดินเข้าไปพบพนักงานสอบสวนทันที ขณะที่ ว่าที่ ร.ต. สัมพันธ์ ตอบเพียงสั้นๆ ว่า “มากับทนายครับ”
ตำรวจยืนยันยังไม่แจ้งข้อหาใคร ต้องรอสอบปากคำเพิ่มเติม
ด้าน พล.ต.ท. ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าทางคดีว่า การเดินทางมาครั้งนี้เป็นการให้ปากคำเพิ่มเติม เนื่องจากในวันที่แจ้งความครั้งแรกเอกสารยังไม่ครบถ้วน ส่วนประเด็นการแจ้งข้อกล่าวหานั้น ยืนยันว่า “ยังไม่มีการแจ้งข้อหากับบุคคลใด” เนื่องจากพนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำฝ่ายผู้กล่าวหา และยังต้องรอสอบปากคำกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ในเขตคันนายาวให้ครบถ้วนเสียก่อน
อดีต กกต. เตรียมบุกกองปราบฯ พรุ่งนี้สอบถามรายละเอียด
ขณะที่ความเคลื่อนไหวจากฝั่งผู้ถูกกล่าวหา มีรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้ (12 มีนาคม) เวลา 10.00 น. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. หนึ่งในบุคคลที่ถูกระบุว่าอยู่ในรายชื่อกลุ่มคนทั้ง 6 จะเดินทางมายังกองบังคับการปราบปรามด้วยตนเอง เพื่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกล่าวหาทั้งหมด พร้อมตรวจสอบว่าใครเป็นผู้กล่าวหา และข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ กกต. ระบุหรือไม่
คดีนี้ยังคงอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนอย่างละเอียด โดยตำรวจเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรวบรวมหลักฐานและปากคำให้ครบถ้วนก่อนดำเนินการใดๆ ต่อไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนและความระมัดระวังในการจัดการกับกรณีที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งและกฎหมาย



