3 ขั้นตอนกำจัดกลิ่นตู้เย็น พร้อมวิธีป้องกันไม่ให้กลับมา
3 ขั้นตอนกำจัดกลิ่นตู้เย็น ป้องกันกลิ่นกลับมา

เหม็นแค่ไหนก็แก้ได้! 3 ขั้นตอนง่ายๆ กำจัดกลิ่นตู้เย็น พร้อมวิธีป้องกันไม่ให้กลิ่นกลับมา

ปัญหาตู้เย็นมีกลิ่นอับเป็นเรื่องกวนใจที่เกิดขึ้นได้บ่อย แต่การแก้ไขนั้นไม่ยากอย่างที่คิดครับ หากคุณกำจัดแหล่งที่มาของกลิ่น (ของเน่าเสีย) ออกไปแล้ว สามารถทำตามขั้นตอนเพื่อกู้คืนความสดชื่นกลับมาได้ดังนี้

3 ขั้นตอนกู้คืนความสดชื่นให้ตู้เย็น

1. การทำความสะอาดตู้เย็น

ก่อนจะใช้ตัวช่วยดับกลิ่น ต้องกำจัดต้นตอให้สิ้นซากก่อน

  • เคลียร์ของหมดอายุ: รื้อของทุกอย่างออกมา เช็กวันหมดอายุ ถ้าเจอของเน่าเสียหรือขึ้นรา ให้ทิ้งทันที
  • ถอดชั้นวางออกมาล้าง: ถอดชั้นวางและลิ้นชักออกมาล้างด้วยน้ำยาล้างจานให้สะอาด แล้วเช็ดให้แห้งสนิท
  • เช็ดตู้เย็น: ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำผสมน้ำส้มสายชู อัตราส่วน 1:1 เช็ดผนังตู้เย็นด้านใน วิธีนี้จะช่วยขจัดคราบสะสมและฆ่าเชื้อแบคทีเรียต้นเหตุของกลิ่นได้ดีมาก

2. เลือกใช้ตัวช่วยดูดกลิ่น

เมื่อตู้เย็นสะอาดแล้ว ให้นำตัวช่วยเหล่านี้ใส่ถ้วยเล็กๆ หรือภาชนะเปิดฝา วางไว้ในตู้เย็น (ควรวางไว้มุมด้านหลัง) เพื่อคอยดูดซับกลิ่นที่อาจหลงเหลืออยู่

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • กากกาแฟ: ใช้เวลา 3-5 วัน ช่วยดูดกลิ่นคาวได้ดีและให้กลิ่นหอมอ่อนๆ (ต้องใช้กากกาแฟที่ “แห้งสนิท” เท่านั้น ถ้ายังชื้นอยู่ระวังเชื้อราจะมาแทนที่กลิ่น)
  • ใบชาแห้ง: ใช้เวลา 1 สัปดาห์ ช่วยดูดกลิ่นได้ดีและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • ถ่านหุงข้าว: ใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ มีรูพรุนสูง ช่วยดูดซับกลิ่นอับได้รุนแรง
  • เบกกิ้งโซดา: ใช้เวลา 1-3 เดือน ช่วยดูดกลิ่นได้ดีที่สุดและประหยัด

หมายเหตุ: หากต้องการวิธีกำจัดกลิ่นแบบเร่งด่วน การวางขนมปังแผ่นไว้ในตู้เย็น 1 คืน จะช่วยดูดซับกลิ่นได้เร็วมาก (แต่ต้องทิ้งทันทีหลังครบกำหนด)

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

3. วิธีป้องกัน เพื่อไม่ให้กลิ่นกลับมา

หากไม่อยากให้ตู้เย็นมีกลิ่นอับซ้ำอีก ควรปรับนิสัยการเก็บอาหารดังนี้

  • ใช้กล่องสุญญากาศ: อาหารที่มีกลิ่นแรง เช่น แกง ผลไม้กลิ่นจัด หรือของหมักดอง ต้องใส่กล่องที่มีฝาปิดสนิทเสมอ
  • ห่ออาหารให้มิดชิด: หากไม่มีกล่อง ให้ใช้แรปหรือฟอยล์ห่ออาหารให้แน่น
  • เช็ดคราบทันที: หากมีน้ำแกงหรือน้ำหวานหกในตู้เย็น ให้เช็ดทันที อย่าปล่อยให้แห้งจนกลายเป็นคราบสะสม
  • ตรวจสอบตู้เย็นสัปดาห์ละครั้ง: ก่อนไปซื้อของเข้าตู้เย็นรอบใหม่ ควรสำรวจของเก่าที่อาจจะเสียหรือหมดอายุ

ข้อควรระวัง: ไม่แนะนำให้ใช้น้ำหอมปรับอากาศหรือสเปรย์ฉีดปรับอากาศในตู้เย็น เพราะละอองสารเคมีอาจปนเปื้อนลงในอาหารและเป็นอันตรายต่อร่างกายได้