ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ปี 2569 พบว่าคนไทยมีแผนใช้จ่ายเฉลี่ย 2,500 บาทต่อคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ 2,200 บาท คิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ 13.6% โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล
พฤติกรรมการใช้จ่ายที่เปลี่ยนไป
ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการใช้จ่ายในช่วงวันแห่งความรัก โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดสามอันดับแรกยังคงเป็นดอกไม้ คิดเป็นสัดส่วน 35% ของผู้ตอบแบบสอบถาม รองลงมาคือช็อกโกแลตและขนมหวาน 28% และการรับประทานอาหารค่ำสุดโรแมนติก 22% นอกจากนี้ยังมีการซื้อของขวัญประเภทเครื่องประดับ เสื้อผ้า และบัตรกำนัลเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้จ่าย
ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รวมถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นซึ่งอาจทำให้บางกลุ่มใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่าคนไทยให้ความสำคัญกับการใช้เวลาคุณภาพร่วมกับคนรักมากกว่าการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย โดยกิจกรรมยอดนิยมคือการไปเที่ยวพักผ่อนระยะสั้น ดูหนัง และทำกิจกรรมร่วมกันที่บ้าน ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์การใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายและประหยัดมากขึ้นในยุคปัจจุบัน
ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ประกอบการ
ศูนย์พยากรณ์ฯ แนะนำให้ผู้ประกอบการปรับกลยุทธ์การตลาดโดยเน้นการสร้างประสบการณ์ร่วมมากกว่าการขายสินค้าเพียงอย่างเดียว เช่น การจัดโปรโมชั่นคู่รัก การทำแพ็กเกจพิเศษสำหรับวันวาเลนไทน์ และการใช้สื่อออนไลน์เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทั้งนี้ ผลสำรวจดังกล่าวจัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 1-7 กุมภาพันธ์ 2569 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,200 คนทั่วประเทศ โดยมีระดับความเชื่อมั่นที่ 95%



