สหรัฐอเมริกาเผชิญภัยพิบัติทางสภาพอากาศครั้งใหญ่ถึง 24 ครั้งในปีนี้ สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมกว่า 1 ล้านล้านบาท (ประมาณ 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ตามรายงานของสำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2567
ภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายสูงสุด
ภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายสูงสุดในปีนี้ ได้แก่ พายุเฮอริเคนเบริลที่พัดถล่มรัฐเท็กซัสในเดือนกรกฎาคม สร้างความเสียหายประมาณ 1.5 แสนล้านบาท และไฟป่าที่รัฐฮาวายในเดือนสิงหาคม ซึ่งเผาผลาญพื้นที่กว่า 8,000 ไร่ และคร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 100 ราย โดยไฟป่าครั้งนี้ถือเป็นไฟป่าที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่า 100 ปีของฮาวาย
จำนวนภัยพิบัติเพิ่มสูงขึ้น
จำนวนภัยพิบัติทางสภาพอากาศที่สร้างความเสียหายในปีนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาถึง 2 เท่า โดย NOAA ระบุว่า สาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้เกิดเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงบ่อยครั้งขึ้น ดร.ซาราห์ แคปแลน นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศจาก NOAA กล่าวว่า “สิ่งที่เราเห็นคือความถี่และความรุนแรงของภัยพิบัติที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับภาวะโลกร้อน”
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชน
ความเสียหายทางเศรษฐกิจจากภัยพิบัติเหล่านี้ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การเกษตร และที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในรัฐฟลอริดาที่ได้รับผลกระทบจากพายุเฮอริเคนหลายลูก ทำให้ประชาชนกว่า 5 แสนคนต้องอพยพ และธุรกิจท้องถิ่นหลายแห่งต้องปิดตัวลงชั่วคราว
แนวโน้มในอนาคต
ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า จำนวนภัยพิบัติทางสภาพอากาศจะยังคงเพิ่มขึ้นในอนาคต เนื่องจากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศมาตรการรับมือเพิ่มเติม รวมถึงการลงทุนในระบบเตือนภัยล่วงหน้าและการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้ทนทานต่อสภาพอากาศรุนแรง



