ไฟป่าครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ชิลีได้คร่าชีวิตผู้คนแล้วอย่างน้อย 112 ราย และมีผู้สูญหายอีกนับร้อย รัฐบาลชิลีประกาศภาวะฉุกเฉินในหลายพื้นที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้รอดชีวิตและควบคุมเพลิงที่ยังลุกไหม้อย่างต่อเนื่อง
ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูง มีผู้สูญหายนับร้อย
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติของชิลี (ONEMI) รายงานว่า ณ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 112 รายแล้ว โดยส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคบิโอ-บิโอและลาอาเรากาเนีย ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบภัยหนักที่สุด นอกจากนี้ยังมีผู้สูญหายอีกกว่า 200 ราย คาดว่าหลายคนอาจติดอยู่ในซากปรักหักพังหรือไม่สามารถอพยพออกมาได้ทัน
ประธานาธิบดีกาเบรียล โบริก กล่าวว่า "นี่คือโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สุดที่ชิลีเคยเผชิญนับตั้งแต่แผ่นดินไหวปี 2010" และประกาศให้วันที่ 6 กุมภาพันธ์เป็นวันไว้ทุกข์แห่งชาติ พร้อมสั่งการให้กองทัพและหน่วยงานทุกภาคส่วนระดมกำลังช่วยเหลือผู้ประสบภัย
พื้นที่เผาไหม้กว่า 40,000 เฮกตาร์ ควบคุมได้เพียงบางส่วน
ไฟป่าครั้งนี้ลุกลามอย่างรวดเร็วจากสภาพอากาศร้อนจัดและลมแรง โดยมีรายงานจุดเกิดไฟมากกว่า 200 จุดทั่วประเทศ พื้นที่ป่าและชุมชนถูกเผาไหม้ไปแล้วกว่า 40,000 เฮกตาร์ (ประมาณ 250,000 ไร่) เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถควบคุมเพลิงได้เพียง 30% ของพื้นที่ทั้งหมด โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีประชากรหนาแน่น บ้านเรือนเสียหายหลายพันหลัง
นายกรัฐมนตรี (รักษาการ) ของชิลี กล่าวว่า "สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย เราต้องการความช่วยเหลือจากนานาชาติ" ขณะนี้ชิลีได้รับความช่วยเหลือจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อาร์เจนตินา บราซิล และสเปน ที่ส่งเครื่องบินดับเพลิงและทีมผู้เชี่ยวชาญมาเสริมกำลัง
สาเหตุจากสภาพอากาศแปรปรวนและกิจกรรมมนุษย์
นักอุตุนิยมวิทยาชี้ว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงขึ้นทำให้ชิลีตอนกลางประสบกับคลื่นความร้อนและความแห้งแล้งยาวนานกว่าปกติ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ไฟลุกลามเร็ว นอกจากนี้ยังพบว่ามีการลอบวางเพลิงในหลายจุด โดยตำรวจได้จับกุมผู้ต้องสงสัยแล้ว 2 ราย ฐานก่อให้เกิดไฟป่าโดยเจตนา
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เตือนว่า เหตุการณ์ไฟป่าที่รุนแรงเช่นนี้จะเกิดขึ้นบ่อยขึ้นในอนาคต เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ผลกระทบต่อชุมชนและเศรษฐกิจ
ผู้ประสบภัยหลายหมื่นคนต้องอพยพออกจากบ้าน ขณะที่รัฐบาลจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวกว่า 50 แห่งในโรงเรียนและสนามกีฬา ประชาชนขาดแคลนน้ำดื่ม อาหาร และหน้ากากป้องกันควันไฟ โรงพยาบาลหลายแห่งต้องรองรับผู้ป่วยจากปัญหาทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ภาคการเกษตรและป่าไม้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะสวนผลไม้และไร่องุ่นในภูมิภาคที่ถูกไฟไหม้ สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจเบื้องต้นหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ
ประธานาธิบดีโบริกให้คำมั่นว่ารัฐบาลจะเร่งฟื้นฟูและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยจะเสนอร่างกฎหมายงบประมาณฉุกเฉินต่อรัฐสภาในสัปดาห์หน้า



