กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนสภาพอากาศแปรปรวนทั่วไทย ไทยตอนบนร้อนจัดบางพื้นที่ ภาคใต้คลื่นสูง
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า สำหรับวันนี้ (23 มีนาคม 2569) โดยชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และบางพื้นที่โดยเฉพาะในภาคเหนือประสบกับอากาศร้อนจัดอย่างรุนแรง พร้อมกับโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในบางแห่ง สาเหตุหลักมาจากความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ร่วมกับอิทธิพลของลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดผ่านบริเวณดังกล่าว
ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือเผชิญอากาศร้อนจัดและฝุ่นละอองสะสม
สำหรับภาคเหนือ คาดว่าอากาศจะร้อนจัดในบางพื้นที่ โดยมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองประมาณ 10% ของพื้นที่ พร้อมกับลมกระโชกแรง โดยเฉพาะในจังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 19-26 องศาเซลเซียส และสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้มีความเร็ว 5-15 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองประมาณ 20% ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากในจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส และสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
นอกจากนี้ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังมีการสะสมของฝุ่นละอองหรือหมอกควันอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงค่อนข้างมาก เนื่องจากมีการระบายอากาศน้อยถึงปานกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่
ภาคกลาง ตะวันออก และกรุงเทพฯ เตรียมรับมืออากาศร้อนและฝนฟ้าคะนอง
ภาคกลางมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองประมาณ 10% ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส และสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
ภาคตะวันออกมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองประมาณ 20% ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส และสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองประมาณ 10% ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส และสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
ภาคใต้ฝนน้อยแต่ทะเลคลื่นสูง ชาวเรือควรระมัดระวัง
ภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองประมาณ 10% ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส และสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองประมาณ 10% ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส และสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
กรมอุตุนิยมวิทยาได้เน้นย้ำว่า ภาคใต้มีฝนน้อย เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน แต่บริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร ขอให้ชาวเรือในพื้นที่หลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองเพื่อความปลอดภัย
คำแนะนำสำหรับประชาชนในการรับมือสภาพอากาศแปรปรวน
กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนในประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อน และระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงที่ระบุไว้ข้างต้น
- สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีและดื่มน้ำอย่างเพียงพอเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลาที่อากาศร้อนจัด
- เตรียมพร้อมรับมือกับฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงโดยการตรวจสอบสภาพอากาศเป็นประจำ
- ชาวเรือในอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรติดตามข่าวพยากรณ์อากาศและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
สภาพอากาศในวันนี้ถือว่ามีความแปรปรวนสูง ประชาชนจึงควรติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยและสุขภาพที่ดี



