สุชาติ กำชับกรมอุทยานฯ เร่งดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตวัย 87 ปี จากเหตุช้างป่าทำร้ายในนครนายก
สุชาติ กำชับดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตจากช้างป่าทำร้ายในนครนายก

สุชาติ กำชับกรมอุทยานฯ เร่งดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตวัย 87 ปี จากเหตุช้างป่าทำร้ายในนครนายก

วันนี้ (15 มีนาคม 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำชับให้ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เร่งให้ความช่วยเหลือและดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุช้างป่าทำร้ายประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครนายกอย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าออกจากพื้นที่ชุมชนอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีกในอนาคต

เหตุการณ์ช้างป่าทำร้ายในพื้นที่ ตำบลสาริกา จังหวัดนครนายก

หลังจากได้รับรายงานข้อมูลว่าเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 21.00 น. เขตการจัดการอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 6 ได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีเหตุช้างป่าทำร้ายชาวบ้านในหมู่ที่ 3 ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เจ้าหน้าที่พร้อมชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าได้เข้าตรวจสอบในเวลาประมาณ 21.15 น. จากการตรวจสอบพบผู้ได้รับบาดเจ็บคือ นายเฮ็ง อายุ 87 ปี ซึ่งถูกช้างป่าที่เป็นช้างหนุ่มเพิ่งแยกออกจากโขลงทำร้าย โดยพบบาดแผลหลายแห่ง ในขณะเกิดเหตุผู้เสียหายยังมีสติอยู่ เจ้าหน้าที่และหน่วยกู้ชีพตำบลสาริกาได้เร่งนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลนครนายกทันที

อย่างไรก็ตาม ต่อมาโรงพยาบาลนครนายกได้แจ้งว่า นายเฮ็ง ได้เสียชีวิตลงเมื่อเวลา 23.47 น. ของวันเดียวกัน ส่งผลให้เกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงต่อครอบครัวและชุมชนในพื้นที่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มาตรการเร่งด่วนจากกรมอุทยานแห่งชาติ

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังช้างป่าที่อาจออกมาใกล้ชุมชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลและช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตตามระเบียบและขั้นตอนที่กำหนดไว้อย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ยังมีการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการป้องกันเหตุช้างป่าทำร้ายประชาชนในอนาคต โดยการผลักดันช้างป่าออกจากพื้นที่ชุมชนและเพิ่มการลาดตระเวนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการจัดการปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ป่าอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายแรงเช่นนี้อีกในอนาคต