กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนไทยตอนบนอากาศร้อนจัด ฝนฟ้าคะนอง-ลมแรงบางพื้นที่
กรมอุตุนิยมฯ เตือนอากาศร้อน ฝนฟ้าคะนอง-ลมแรงบางพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนสภาพอากาศร้อนจัด พร้อมฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า สำหรับวันนี้ (1 มีนาคม 2569) โดยระบุว่า ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน พร้อมกับโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในบางพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณภาคกลางตอนล่าง รวมถึงกรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุหลักมาจากอิทธิพลของลมใต้และลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมพื้นที่ดังกล่าว ขณะเดียวกัน ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนก็ยังคงมีผลต่อสภาพอากาศในภูมิภาคนี้

คำเตือนและข้อควรระวังสำหรับประชาชน

กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง โดยควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคง และป้ายโฆษณาที่อาจพังทลายได้ง่าย นอกจากนี้ ควรดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย อาจส่งผลต่อร่างกายได้ สำหรับภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ เนื่องจากลมตะวันตกพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย

สภาพอากาศรายภาคโดยละเอียด

ภาคเหนือ: อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 16-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองประมาณ 20% ของพื้นที่ พร้อมลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยเฉพาะในจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ภาคกลาง: อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองประมาณ 10% ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากในจังหวัดลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก: อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองประมาณ 20% ของพื้นที่ พร้อมลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยเฉพาะในจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร แต่บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): มีฝนฟ้าคะนองประมาณ 20% ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): มีฝนฟ้าคะนองประมาณ 10% ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดพังงา กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล: อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองประมาณ 10% ของพื้นที่ พร้อมลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

พายุฤดูร้อนและสภาพอากาศในระยะต่อไป

กรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนว่าในช่วงวันที่ 3-6 มีนาคม 2569 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน แล้วจะขยายไปยังภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งภาคเหนือในระยะต่อไป พายุนี้จะมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก ฝนตกหนักบางแห่ง และอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ สาเหตุมาจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ขณะที่ประเทศไทยตอนบนยังมีอากาศร้อน ประกอบกับคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

นอกจากนี้ ในช่วงนี้ประเทศไทยตอนบนมีการสะสมของฝุ่นละอองหรือหมอกควันอยู่ในเกณฑ์เล็กน้อยถึงปานกลาง เนื่องจากมีการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง และมีโอกาสเกิดฝนตกในบางพื้นที่ ชาวเรือในบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง