กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเตือน 62 จังหวัด เตรียมรับมือพายุฤดูร้อนช่วง 3-6 มีนาคม
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยอย่างเร่งด่วนให้กับประชาชนใน 62 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบในช่วงวันที่ 3 ถึง 6 มีนาคม 2569
สาเหตุและพื้นที่เสี่ยงจากพายุฤดูร้อน
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศอย่างใกล้ชิด โดยพิจารณาจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ประกอบกับประกาศฉบับที่ 1 (8/2569) ของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งระบุถึงพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน
สาเหตุหลักเกิดจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากสาธารณรัฐประชาชนจีนที่เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ประกอบกับคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกที่เคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่งผลให้เกิดพายุฤดูร้อนขึ้นในบางพื้นที่
พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์พายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงระหว่างวันที่ 3-6 มีนาคม 2569 แบ่งออกเป็น:
- ภาคเหนือ: ทุกจังหวัด
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ทุกจังหวัด
- ภาคกลาง: ทุกจังหวัด
- กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
มาตรการเตรียมพร้อมรับมือภัยจากปภ.
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประสานงานแจ้งเตือนไปยัง 62 จังหวัดในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต เพื่อให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าวอย่างเต็มที่
มาตรการสำคัญประกอบด้วยการกำชับให้ติดตามสถานการณ์ สภาพอากาศ และแนวโน้มภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยล่วงหน้า นอกจากนี้ ยังได้จัดเตรียมเครื่องมือเครื่องจักรกลสาธารณภัยและทีมปฏิบัติการเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนได้ทันที
คำแนะนำสำหรับประชาชนในการป้องกันภัย
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขอให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามพยากรณ์อากาศและข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด
คำแนะนำเพิ่มเติมมีดังนี้:
- ตรวจสอบบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง เพื่อป้องกันความเสียหายจากลมแรง
- หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคงแข็งแรง เพื่อป้องกันอันตรายจากการถูกล้มทับ
- ระวังอันตรายจากฟ้าผ่า โดยไม่ควรใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในช่วงที่มีพายุ
- เกษตรกรควรจัดทำที่ค้ำยันต้นไม้หรือที่กำบัง เพื่อป้องกันพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายจากลมกระโชกแรงหรือลูกเห็บตก
ช่องทางการติดต่อและขอความช่วยเหลือ
ประชาชนสามารถติดตามประกาศการแจ้งเตือนภัยได้ผ่านแอปพลิเคชัน "THAI DISASTER ALERT" เพื่อรับข้อมูลล่าสุดอย่างรวดเร็ว
หากได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้:
- ไลน์ "ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784" โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM
- สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยย้ำเตือนให้ประชาชนตระหนักถึงความเสี่ยงและเตรียมพร้อมรับมือภัยธรรมชาติในครั้งนี้อย่างจริงจัง เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น



