แม่ฮ่องสอนประกาศเขตภัยพิบัติในอำเภอปาย-แม่สะเรียง พบจุดความร้อน 584 จุด ฝุ่น PM2.5 พุ่งสูง
แม่ฮ่องสอนประกาศเขตภัยพิบัติ ปาย-แม่สะเรียง จุดความร้อน 584 จุด

แม่ฮ่องสอนประกาศเขตภัยพิบัติในอำเภอปายและแม่สะเรียง หลังพบจุดความร้อน 584 จุดและฝุ่น PM2.5 พุ่งสูง

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 00.01 น. กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ประกาศให้พื้นที่ 2 อำเภอในจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ได้แก่ อำเภอปายและอำเภอแม่สะเรียง เนื่องจากสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันที่ยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่อง สร้างความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างรุนแรง

สถานการณ์ไฟป่าและจุดความร้อนในแม่ฮ่องสอน

ล่าสุด ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าฯ จังหวัดแม่ฮ่องสอน รายงานจุดความร้อนจากดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS ในวันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 02.26 น. พบจุดความร้อนทั้งหมด 584 จุด ซึ่งสะท้อนถึงความรุนแรงของปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ในพื้นที่

ค่าฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ประสบภัยเกินมาตรฐานหลายเท่า

ข้อมูลจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 ระบุค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ณ เวลา 07.00 น. ของวันที่ 3 เมษายน 2569 ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดังนี้

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • ตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน: PM2.5 = 128.7 มคก./ลบ.ม.
  • ตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน: PM2.5 = 162.3 มคก./ลบ.ม.
  • ตำบลเวียงใต้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน: PM2.5 = 352.2 มคก./ลบ.ม.

โดยค่ามาตรฐาน PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงไม่ควรเกิน 37.5 มคก./ลบ.ม. ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพื้นที่อำเภอปายมีค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐานเกือบ 10 เท่า ส่งผลให้ต้องมีคำแนะนำเร่งด่งสำหรับประชาชน

คำแนะนำด้านสุขภาพและความปลอดภัยสำหรับประชาชน

เพื่อป้องกันผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกคำแนะนำดังนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. ประชาชนทั่วไป: ควรสวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร ลดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง และสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา
  2. ประชาชนกลุ่มเสี่ยง: ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศ เตรียมยาและอุปกรณ์จำเป็นให้พร้อม ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง

นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือจากประชาชนให้งดเผาในที่โล่งทุกพื้นที่และงดเผาในพื้นที่ป่า เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่าและลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) อย่างมีประสิทธิภาพ

การดำเนินการตามกฎหมายและแผนงานของหน่วยงาน

การประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยครั้งนี้มีขึ้นภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 และแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

สถานการณ์นี้ยังเชื่อมโยงกับพื้นที่อื่นในภาคเหนือ เช่น จังหวัดพะเยาที่ประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยจากไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ใน 9 อำเภอ รวมถึงการตั้งศูนย์แก้ไขไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หลังพบจุดความร้อนในภาคเหนือพุ่งสูงถึง 2,012 จุด โดยแม่ฮ่องสอนเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด

จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ระดมกำลังและตั้งเป้าควบคุมไฟป่าให้ได้ภายใน 72 ชั่วโมง พร้อมกับเปิดงบประมาณย้อนหลัง 2 ปีสำหรับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ เพื่อต่อสู้กับปัญหานี้อย่างเต็มที่