ฝนถล่มอัฟกานิสถาน-ปากีสถาน คร่าชีวิต 45 ศพ บ้านเรือนเสียหายนับร้อยหลัง
หลายพื้นที่ในประเทศอัฟกานิสถานและปากีสถานกำลังเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมรุนแรง หลังฝนตกหนักต่อเนื่องยาวนานถึง 5 วันติดต่อกัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตสะสมแล้วอย่างน้อย 45 ศพ และบาดเจ็บอีก 74 ราย พร้อมกับบ้านเรือนพังเสียหายยับเยินนับร้อยหลัง ตามรายงานข่าวต่างประเทศล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569
สถานการณ์เลวร้ายในอัฟกานิสถาน
หน่วยงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ (NDMA) ของอัฟกานิสถานเปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ในประเทศซึ่งบอบช้ำจากสงคราม กระจุกตัวอยู่ในจังหวัดแถบภาคกลางและภาคตะวันออก เช่น ปาร์วาน, ไมดัน วาร์ดัก, ดายกุนดี และโลการ์ โดยฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม ทำลายบ้านเรือนพังเสียหายไปถึง 130 หลัง
NDMA ยังระบุในแถลงการณ์ว่า สภาพอากาศในหลายพื้นที่ของประเทศยังคง 'ไม่มั่นคง' ในวันจันทร์ โดยยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดฝนตกและน้ำท่วมเพิ่มขึ้นในบางพื้นที่ ทั้งนี้มีครอบครัวที่ได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 1,140 ครัวเรือน ซึ่งสะท้อนถึงความรุนแรงของสถานการณ์ที่กำลังทวีความเลวร้ายขึ้น
ความเสียหายในปากีสถาน
อีกด้านหนึ่ง หน่วยงานจัดการภัยพิบัติประจำจังหวัดไคเบอร์ปัคตุนควา ของปากีสถาน ซึ่งมีพรมแดนติดกับอัฟกานิสถาน รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 ศพ ในจำนวนนี้เป็นเด็กถึง 14 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 25 ราย หลังฝนที่ตกหนักส่งผลให้หลังคาและกำแพงบ้านพังถล่มลงมาทับพวกเขา สร้างความสูญเสียอย่างหนักให้กับชุมชนท้องถิ่น
ความเปราะบางต่อสภาพอากาศสุดขั้ว
องค์การสหประชาชาติชี้ให้เห็นว่า ทั้งปากีสถานและอัฟกานิสถานจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่เปราะบางที่สุดต่อสภาพอากาศสุดขั้วและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยฤดูมรสุมที่รุนแรงเมื่อปีที่แล้วได้สร้างความเสียหายอย่างหนักในปากีสถาน คร่าชีวิตผู้คนไปเกือบ 1,000 ราย รวมถึงทำลายพืชผล ปศุสัตว์ และบ้านเรือนจำนวนมาก
รายงานจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) เมื่อเดือนพฤศจิกายนยังระบุว่า เหตุแผ่นดินไหว น้ำท่วม และภัยแล้ง ได้ทำลายบ้านเรือนในอัฟกานิสถานไปกว่า 8,000 หลังในปี 2568 และทำให้บริการสาธารณะต่าง ๆ ต้องแบกรับภาระ “เกินขีดจำกัด” ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนถึงความท้าทายด้านมนุษยธรรมที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น
อุปสรรคในการรับมือวิกฤต
ยิ่งไปกว่านั้น อัฟกานิสถานยังต้องเผชิญกับความยากลำบากในการรับมือกับวิกฤตนี้ เนื่องจากความช่วยเหลือจากนานาชาติ ซึ่งเคยเป็นกระดูกสันหลังหลักทางการเงินของรัฐบาลอัฟกัน ได้ถูกตัดลดลงอย่างมากนับตั้งแต่กลุ่มตาลีบันเข้ายึดอำนาจในปี 2564 ส่งผลให้ความสามารถในการฟื้นฟูและบรรเทาทุกข์ลดลงอย่างน่าเป็นห่วง
สถานการณ์ฝนถล่มในครั้งนี้ไม่เพียงแต่คร่าชีวิตและทำลายทรัพย์สิน แต่ยังตอกย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเสริมสร้างความพร้อมรับมือภัยพิบัติและสนับสนุนด้านมนุษยธรรมสำหรับประเทศที่เปราะบางเหล่านี้ เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตสภาพอากาศกลายเป็นหายนะที่รุนแรงยิ่งขึ้นในอนาคต



